รวบออแกไนซ์ ตุ๋นเงินพ่อค้าแม่ค้าจองบูธ ขายของเทศกาลสงกรานต์รอบคูเมืองเชียงใหม่ สุดท้ายแจ้งยกเลิก พอขอเงินคืนกลับถูกเชิด สูญนับแสนบาท
กรณีกลุ่มผู้เสียหาย แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ว่าถูกมิจฉาชีพ หลอกให้เช่าร้านขายของในกลุ่ม “เช่า เซ้งร้าน เซ้งล็อค ทำเลขายของเชียงใหม่” ซึ่งเป็นกลุ่มเปิด ใครก็สามารถเข้าไปชมได้ และมีสมาชิกโดยประมาณถึง 130,000 คน แล้ว ถูกบอกเลิก เมื่อขอคืนเงินกลับไม่ได้คืน มีผู้เสียหายกว่า 400 คน
โดยมีเนื้อหาว่า “เปิดจองล็อค สงกรานต์ เชียงใหม่ ติดคูเมือง วันที่ 13-15 เม.ย.68 สนใจจองล็อคหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มกด ลิ้งค์ line” ต่อมากลุ่มผู้เสียหายสนใจและเข้าไปกดลิงค์ เพิ่มเพื่อนในไลน์ โปรไฟล์ชื่อว่า “prin”
จากนั้นกลุ่มผู้เสียหายสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการจองล็อคขายของว่า ราคาล็อคละ 5,000 บาท มีแค่ 30 ล็อค ปัจจุบันเหลือแค่ 3 ล็อคสุดท้าย สามารถมัดจำได้ เนื่องจากใกล้สิ้นเดือนมี.ค.แล้ว และหากชำระก่อนบางส่วนจะมีแอดมินดึงเข้ากลุ่มไลน์ ชื่อว่า “cm market” หรือ “อีเว้นท์เชียงใหม่” มีสมาชิกมากกว่า 400 คน ทำให้กลุ่มผู้เสียหายรู้สึกถึงความน่าเชื่อถือ สุดท้ายบอกยกเลิก ขอคืนเเงิน แต่ก็ไม่คืน
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.68 ตำรวจสืบสวนภาค 5 ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมนายภาวัช (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ที่เปิดเพจ ฉ้อโกงประชาชน หลอกจองล็อคขายของรอบคูเมืองเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ ผู้เสียหายหลายรายโดนหลอกสูญเงินนับแสน
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, เปิดเผยว่า ทางตำรวจภาค 5 และจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ สืบสวน
จนกระทั่งทราบว่าบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่ ต่อมาวันที่ 2 พ.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงลงพื้นที่ตำรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบนายภาวัช ชาวจ.เชียงใหม่ อยู่บริเวณสถานที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปสอบถามชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนแล้ว พบว่าตรงกับรายละเอียดของผู้ต้องหาในหมายจับดังกล่าวข้างต้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงหมายจับดังกล่าวให้ นายภาวัช ดู อ่านให้ฟัง และให้นายภาวัชอ่านเองจนเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว นายภาวัช รับว่า ตนเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อนแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งกับนายภาวัช ว่าต้องถูกจับกุม แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบและแจ้งสิทธิตามกฎหมายข้างต้นให้ทราบ นายภาวัช รับทราบข้อความ รับทราบข้อกล่าวหาพร้อมทั้งเข้าใจสิทธิตามกฎหมายของตนเองเป็นอย่างดีแล้ว
ต่อมานายภาวัช สมัครใจเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจบ้านที่ตนอาศัยอยู่ ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ผลปรากฏว่าพบรายการสิ่งของตามรายการตรวจยึด และนายภาวัช จึงควบคุมตัวมาจัดทำบันทึกการจับกุม บันทึกตรวจยึดและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่ ศปอส.ภ.5 แล้วนำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจไสืบสวนทราบว่า นายภาวัช หลอกลวงผู้เสียหายหลายรายด้วยการเปิดเพจเฟซบุ๊ก หลอกจองล็อคขายของรอบคูเมืองเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ มูลค่าความเสียหายรวมกว่าแสนบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับ นายภาวัชต่อไป


