ตรัง ประธานหอการค้าจังหวัด ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินโครงการ คนละครึ่ง เชื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รากหญ้าได้จริง พ่อค้าแม่ค้ามีความหวัง ประชาชนได้รับผลประโยชน์ พ่วงการท่องเที่ยวเติบโต
19 ก.ย. 68 – นายสุธรรม เศรษฐพิศาล ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า รัฐบาล ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการคนละครึ่ง นั้น โครงการดังกล่าวเห็นผลเป็นรูปธรรม สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ประชาชนและแม่ค้าได้รับประโยชน์โดยตรง ไปถึงระดับรากหญ้า
ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งดำเนินโครงการเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากรัฐบาลได้ทำข้อตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาลจะยุบสภาภายใน 4 เดือน หากไม่รีบดำเนินการการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่สามารถดำเนินการได้
ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า มีความหวังกับโครงการคนละครึ่งเป็นอย่างมาก นอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าแล้ว ยังกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย เกิดการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวและใช้โครงการคนละครึ่งในการซื้อสินค้า รับประทานอาหาร นอกจากนี้รัฐบาลควรให้ความช่วยกลุ่มสินค้าโอทอปด้วย เพราะว่าขณะนี้สินค้าโอทอปเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและประชาชนในชุมชนเป็นผู้ผลิต แต่การจำหน่ายสินค้าโอทอปลดลงอย่างมาก
จึงสมควรที่จะให้งบประมาณในการสนับสนุนในการปรับปรุงและพัฒนาสินค้า รวมถึงรูปแบบให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจังหวัดตรัง มีสินค้าโอทอปที่มีชื่อเสียง เช่น ข้าวเบายอดม่วง เป็นข้าวพันธุ์พื้นที่และมีคุณค่าทางอาหารสูง แต่การผลิตยังไม่มากพอ เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงการส่งเสริมจากภาครัฐ และพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ขณะนี้ก็เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ยังอยู่ในวงแคบ ขาดการส่งเสริมเท่าที่ควร ดังนั้นรัฐบาลควรส่งเสริมผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง
ส่วนภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดตรังนั้น ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ทรงตัว ถึงแม้ว่าราคาปาล์มน้ำมันและยางพาราซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักจะมีราคาเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นผลมาจากฝนที่ตกทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่สามารถกรีดยางพาราได้ จึงทำให้ราคายางพาราเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ไม่มียางพาราในท้องตลาดเท่าที่ควร หากยางพารามีจำนวนมาก ราคาก็จะตกลงอีก
รัฐบาลควรหาแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราให้เป็นรูปธรรมมากกว่า ราคามีเสถียรภาพมากขึ้น ส่วนปาล์มน้ำมันก็มีการปรับราคาขึ้น แต่ผลผลิตปาล์มก็ออกมาน้อยเช่นกัน อีกทั้งต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรนั้นสูง เพราะราคาปุ๋ยบำรุงต้นปาล์มที่แพง หากมีการลดต้นทุนด้านปุ๋ยของเกษตรกรลงได้ ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง เกษตรกรก็ไม่ต้องประสบปัญหาด้านราคาปาล์มที่ตกต่ำ เพราะต้นทุนการผลิตต่ำ ถึงแม้ว่าราคาปาล์มตกต่ำเกษตรกรก็ยังสามารถอยู่ได้