ไม่สิ้นหวัง เลยรอดมาได้ ชาวประมงลอยกลางมหาสมุทรแปซิฟิก นาน 8 วัน สวดมนต์ภาวนา ก่อนถูกช่วยเหลือสำเร็จ หลังเรือเกิดขัดข้องตอนออกไปตกปลาลำพัง
วันที่ 1 ก.ค. 69 สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ชาวประมงวัย 42 ปีในหมู่เกาะคุก เปิดใจหลังรอดชีวิตจากการลอยอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกนาน 7 คืน 8 วัน แม้ต้องเผชิญคลื่นยักษ์ สภาพอากาศหนาวเหน็บ แต่ไม่เคยหมดหวัง สวดภาวนาตลอด ก่อนได้รับการช่วยเหลือได้สำเร็จ
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน หลังอาปิอูตา ชาวประมงวัย 42 ปี ออกเรือจากเกาะบ้านเกิดซึ่งอยู่ห่างจากราโรตองการาว 1,140 กิโลเมตร บนมหาสมุทรแปซิฟิก ท่ามกลางลมแรง เพื่อหาปลา
แต่ไม่นานเครื่องยนต์ก็เกิดขัดข้อง ก่อนดับสนิทเมื่อพระอาทิตย์ตก ทำให้เขาไม่สามารถกลับฝั่งได้และต้องปล่อยเรือลอยไปตามกระแสลม
ตลอดหลายวันที่ติดอยู่กลางทะเล เขาต้องเผชิญ คลื่นสูงกว่าตัวเรือ ที่ซัดจากทั้งสองด้านจนถูกโยนตกน้ำถึงสองครั้ง เขาใช้เพียงน้ำดื่ม 2 ขวด อุปกรณ์ตกปลา ถังน้ำ กล่องแช่ และผ้าผืนหนึ่งเพื่อเอาชีวิตรอด

ภาพประกอบ
โดยกินปลาดิบที่จับได้ เก็บน้ำฝนไว้ดื่ม และใช้ผ้ากับกล่องแช่ช่วยกันหนาวในช่วงกลางคืนที่อากาศหนาวจัด
อาปิอูตาเล่าว่า ในวันที่สาม เขาเห็นแสงไฟจากเรือประมงหลังสวดมนต์และพยายามพายเข้าไปหา แต่ลมกลับพัดให้เรือห่างออกไป
ก่อนที่ความหวังจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 8 เมื่อเขาได้ยินเสียงเครื่องบินของ กองทัพอากาศนิวซีแลนด์ ซึ่งบินวนเหนือพื้นที่และแจ้งเรือประมงใกล้เคียงให้เข้าค้นหา

ภาพประกอบ
กระทั่งเรือประมงไต้หวันลำหนึ่งพบเขาหลังได้ยินเสียงนกหวีดเรียกขอความช่วยเหลือ หลังได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ เจ้าตัวยืนยันว่า จะกลับไปทำประมงอีกครั้ง แต่จะระมัดระวังมากขึ้น พร้อมฝากเตือนชาวประมงว่า อย่าลืมไฟฉาย เสื้อชูชีพ เสื้อกันฝน และอย่าลืมสวดภาวนาก่อนออกเรือทุกครั้ง
ขอบคุณที่มา theguardian
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์