มติเอกฉันท์ศาลโลก สั่งเมียนมาป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ “โรฮิงยา”
มติเอกฉันท์ศาลโลก – วันที่ 23 ม.ค. บีบีซี รายงานว่า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ที่นครเฮก เนเธอร์แลนด์ มีคำสั่งให้เมียนมาดำเนินมาตรการทั้งหมดภายใต้อำนาจที่มี เพื่อป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮิงยาในประเทศ ด้วยมติเป็นเอกฉันท์จากองค์คณะผู้พิพากษา 17 คน

REUTERS
ตามที่แกมเบีย ประเทศในทวีปแอฟริกา ยื่นฟ้องต่อศาลโลก ในฐานะผู้แทนองค์การความร่วมมืออิสลาม เพื่อดำเนินมาตรการฉุกเฉินกับกองทัพเมียนมา จนกว่าจะมีการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ หลังปฏิบัติการปราบปรามในรัฐยะไข่ตั้งแต่ปี 2560 ส่งผลให้ชาวโรฮิงยาเสียชีวิตหลายพันราย และมากกว่า 700,000 คน หนีไปบังกลาเทศ

BBC
มาตราการดังกล่าวครอบคลุมการป้องกันการสังหารและก่ออันตรายอย่างร้ายแรงทั้งทางกายและจิตใจต่อชาวโรฮิงยา ตลอดจนการเก็บหลักฐานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้นมาแล้ว นอกจากนี้ เมียนมาควรส่งรายงานกลับมาศาลโลกภายใน 4 เดือนด้วย

AP
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามาตราดังกล่าวมีผลผูกผัน แต่ศาลโลกไม่มีช่องทางใดที่จะบังคับใช้กับเมียนมาได้ ขณะที่คณะผู้ไต่สวนของสหประชาชาติยังเตือนว่าการฆ่าล้างผ่าพันธุ์จะเกิดขึ้นอีก
ก่อนหน้านี้ นางออง ซาน ซู จี ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ให้การต่อศาลโลกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีต่อเมียนมา และขอให้ศาลโลกยุติการตัดสินคดี เนื่องจากมีความไม่สมบูรณ์และความไม่ถูกต้อง ขณะที่เมียนมายืนกรานมาตลอดว่า ปฏิบัติการทางหทารยืดเยื้อเพื่อแก้ปัญหาภัยคุกคามกลุ่มหัวรุนแรงในรัฐยะไข่
______________
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- ทูตพม่าตอกยูเอ็น “2 มาตรฐาน” ผ่านร่างมติประณามละเมิดสิทธิ์ “โรฮิงยา”
- พม่าไม่ได้ฆ่าล้างโรฮิงยา – ซู จี ปฏิเสธข้อหาฉาวกลางศาลโลก
______________
นางซู จี กล่าวเปิดในศาลว่า การดำเนินคดีนี้ต่อทางการพม่า “ไม่สมบูรณ์และไม่ถูกต้อง” แต่ยอมรับว่า ทหารพม่าอาจใช้กำลังอย่างไม่เหมาะสมในบางคราว หากทหารนายไหนก่ออาชญากรรมสงครามจะถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ ทางการพม่ามีความมุ่งมั่นที่จะส่งคนพลัดถิ่นจากรัฐยะไข่กลับสู่ถิ่นเดิมอย่างปลอดภัย และเรียกร้องให้ศาลหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดที่อาจทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นด้วย