อังกฤษผงะข้อมูลลับโผล่ป้ายรถเมล์บีบีซี รายงาน วันที่ 27 มิ.ย. ว่า รัฐบาลอังกฤษเปิดการสอบสวนกรณีมีผู้พบเอกสารลับทางราชการของกระทรวงกลาโหมไปกองอยู่ป้ายรถเมล์ มณฑลเคนต์ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เนื้อหาส่วนหนึ่งของเอกสารเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ ที่เพิ่งเกิดเหตุเผชิญหน้ากับกองทัพรัสเซีย ระหว่างเดินทางผ่านน่านน้ำประเทศยูเครน นอกชายฝั่งสาธารณรัฐไครเมีย ดินแดนที่ตีจากยูเครนไปผนวกกับรัสเซีย

อังกฤษผงะข้อมูลลับโผล่ป้ายรถเมล์

เรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ / FILE – British destroyer HMS Defender arrives at the port of Batumi, Georgia. (Georgian Interior Ministry via AP, File)

อ่านข่าว :

เรือรบอังกฤษเผชิญหน้าฝูงบินรบรัสเซีย ความไม่วางใจกันล่าสุดของสองประเทศ

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลแผนงานสำหรับกองทัพอังกฤษในอัฟกานิสถาน ประเมินไว้ว่าจะต้องปรับอะไรบ้างหลังจากที่กองทัพองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ สิ้นสุดภารกิจถอนทัพออกไป และสถานการณ์ในอัฟกานิสถานจะอันตรายมากขึ้น

อังกฤษผงะข้อมูลลับโผล่ป้ายรถเมล์

ทหารอังกฤษในอัฟกานิสถาน British soldiers with NATO-led Resolute Support Mission forces arrive at the site of an attack in Kabul, Afghanistan, Friday, March 6, 2020. (AP Photo/Rahmat Gul)

เบื้องต้น โฆษกกระทรวงกลาโหมเผยเพียงว่า มีลูกจ้างคนหนึ่งของกระทรวงแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาว่า ไม่อาจรักษาเอกสารลับนี้ไว้ได้

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายความมั่นคงของชาติพันธมิตรอังกฤษ อย่างสหรัฐอเมริกา มีปัญหาเรื่องเอกสารลับทางราชการรั่วไหล จากคนในของหน่วยงานมาแล้ว

เอกสารลับถูกทิ้งไว้ที่ป้ายรถเมล์ มณฑลเคนต์

บีบีซี รายงานว่า เมื่อ 23 มิ.ย. ศาลสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน ตัดสินจำคุก ทหารหญิงนักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกัน วัย 62 ปี ด้วยบทลงโทษนานถึง 23 ปี ฐานส่งเอกสารลับทางราชการให้ทหารต่างชาติที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธจากเลบานอน

จำเลย มาเรียม ธอมป์สัน ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ว่า ตนเองไม่เคยคิดจะทำให้ใครเป็นอันตราย เพียงโหยหาใครสักคนมารักคนสูงวัยอย่างตน และเป็นเพราะความรักทำให้ตาบอดไปชั่วขณะ

ด้านอัยการโต้แย้งว่า ทหารหญิงรายนี้รู้ดีว่า ตนเองทำให้แหล่งข่าวและกองทัพสหรัฐ ตกอยู่ในความเสี่ยง แต่กลับไม่ใส่ใจต่อความไว้วางใจที่ชาวอเมริกัน รวมถึงแหล่งข่าวและกองทัพที่ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่ มีให้ในฐานะเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน

ภาพสเก็ตช์ในศาล ขณะมาเรียมธอมป์สัน ขึ้นศาลที่กรุงวอชิงตัน / WILLIAM J. HENNESSY JR.

ธอมป์สันเป็นชาวอเมริกันที่เกิดในเลบานอน ทำงานเป็นนักภาษาศาสตร์สัญญาจ้างให้กับฐานทัพสหรัฐฯ ในต่างประเทศ ได้รับความไว้วางใจให้รับทราบข้อมูลความลับชั้นสุดยอดของรัฐบาล

ระหว่างที่ปฏิบัติงานในปี 2560 ธอมป์สันมีสัมพันธ์กับชายคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธนิกายชีอะห์ และรัฐบาลเลบานอน

ทหารหญิงพัฒนาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชายคนนี้โดยติดต่อสื่อผ่านวิดีโอที่มีความปลอดภัยและแอปพลิเคชันส่งข้อความ ต่อมา ปี 2563 แอบส่งข้อมูลอ่อนไหวให้ชายคนดังกล่าวระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในอิรัก

มาเรียม ธอมป์สัน

เดือน ธ.ค. 2562 ทหารหญิงเชื้อสายเลบานอนไปปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลังพิเศษในอิรัก ตรงกับช่วงที่กองทัพสหรัฐโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายของเฮซบอลเลาะห์ซึ่งสหรัฐระบุว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ต่อมา เดือน ม.ค. 2563 กองทัพสหรัฐโจมตีทางอากาศพุ่งเป้าไปที่สนามบินในกรุงแบกแดดของอิรักทำให้พลตรีกาเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ของอิหร่าน เสียชีวิต

หลังจากนั้นไม่นาน ชายคนรักของธอมป์สันก็ตีสนิทเพื่อล้วงข้อมูลว่าใครช่วยเหลือกองทัพสหรัฐ ในการสังหารพลตรีสุไลมานีบ้าง

พลตรีสุไลมานี แห่งอิหร่าน ถูกลอบสังหาร

ธอมป์สันจึงให้เอกสารหลายสิบไฟลส์เป็นข้อมูลที่สืบค้นได้จากระบบคอมพิวเตอร์ของกองทัพสหรัฐ ได้แก่ แหล่งข่าวข่าวกรองอย่างน้อย 8 คน เป้าหมายของสหรัฐ 10 แห่ง รวมทั้ง กลยุทธ เทคนิคและกระบวนการอีกมากมาย

ในที่สุด สำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอจับกุมธอมป์สัน ที่ฐานทัพอเมริกันในอิรัก เดือน ก.พ. 2563 และเดือนถัดมา ถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายจารกรรม

นาทีขบวนรถพลตรีสุไลมานีถูกโจมตีด้วยระเบิดจากโดรน

อัยการเสนอโทษจำคุก 30 ปี สมควรแล้วที่ธอมป์สันจะได้รับฐานทำความลับราชการรั่วไหล

ส่วนจำเลยหญิงขอให้ศาลเมตตาโดยให้การว่าไม่ได้ตั้งใจทำอันตรายต่อทหารอเมริกันหรือทำลายความมั่นคงของชาติ

ส่วนจอห์น เบตส์ ผู้พิพากษาศาลแขวงตัดสินลงโทษลดเหลือ 23 ปี พร้อมกล่าวว่าสะท้อนถึงความผิดพลาดร้ายแรง แต่เห็นแก่ความเห็นอกเห็นใจ

ด้าน อลัน โคห์เลอร์ รองผู้อำนวยการหน่วยจารกรรมข่าวกรองของเอฟบีไอกล่าวว่าคดีนี้ควรเป็นเครื่องเตือนใจผู้ที่เปิดเผยข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคลหรืออื่นๆ ไม่ได้เป็นความเอื้ออาทรหรือเป็นวีรกรรม แต่เป็นอาชญากรรม

////////////

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน