ผู้นำคาซัคสถานไม่คุยม็อบ – วันที่ 7 ม.ค. เอเอฟพี รายงานว่า ประธานาธิบดีกาซิม-โจมาร์ต โตคาเยฟ ผู้นำคาซัคสถาน ประกาศทางแถลงโทรทัศน์อย่างแข็งกร้าว ปฏิเสธข้อเรียกร้องเพื่อเจรจากับผู้ประท้วงหลังเกิดจลาจลในช่วงสัปดาห์นี้ โดยให้คำมั่นจะกวาดล้าง “โจรติดอาวุธ” และอนุญาตให้กองกำลังยิงสังหารโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

การจลาจลเกิดขึ้นหลังการประท้วงในนครอัลมาตี เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ และแคว้นมันกิสตาอู ทางตะวันตกของประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายขึ้นราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ของรัฐบาลรับปีใหม่ แม้ว่าประธานาธิบดีโตคาเยฟออกมาเคลื่อนไหวหลายอย่างเพื่อจัดการกับความไม่สงบ รวมถึงการลาออกของคณะรัฐมนตรี และการตรึงราคาน้ำมันเป็นระยะเวลา 6 เดือน

AFP PHOTO /Kazakh presidential press service

ประธานาธิบดีโตคาเยฟยังกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เป็นกรณีพิเศษ หลังองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (ซีเอสทีโอ) ที่นำโดยรัสเซีย ส่งทหารรักษาสันติภาพมาคาซัคสถานเพื่อช่วยระงับความไม่สงบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ

ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กองกำลังความมั่นคงปิดล้อมพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของนครอัลมาตี ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุด และยิงปืนขึ้นฟ้าหากใครเข้าใกล้พื้นที่นั้นๆ ทำให้นครอัลมาตีเป็นเหมือนเมืองผีทุกหนทุกแห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร ปิดตัว ส่วนร้านค้าเล็กๆ ที่ยังเปิดนั้นขาดแคลนอาหารอย่างรวดเร็ว

Photo by Alexandr BOGDANOV / AFP

ประธานาธิบดีโตคาเยฟแถลงทางโทรทัศน์ทั่วประเทศซึ่งเป็นครั้งที่สามในสัปดาห์นี้ว่า มีการฟื้นฟูความสงบเกือบทั่วประเทศ แต่ “ผู้ก่อการร้ายยังทำลายทรัพย์สิน… และใช้อาวุธต่อต้านพลเรือน ข้าพเจ้ามีคำสั่งให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยิงสังหารโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า”

ผู้นำคาซัคสถานยังถาถถางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติเพื่อเจรจากับผู้ประท้วงว่า “ไร้สาระ” และ “เรากำลังจัดการกับโจรติดอาวุธและโจรฝึกหัดทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้น โจรและผู้ก่อการร้ายจะต้องถูกกวาดล้าง ซึ่งจะเสร็จสิ้นในไม่ช้า”

Photo by Alexandr BOGDANOV / AFP

คาซัคสถานที่มีความมั่งคั่งพลังงาน และถือว่าเป็นหนึ่งในชาติที่มีเสถียรมากที่สุดในอดีตสหภาพโซเวียตในเอเชียกลาง กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ผู้ประท้วงบุกโจมตีและเผาอาคารรัฐบาลหลายแห่ง ในนครอัลมาตี เมื่อวันพุธที่ 5 ม.ค. และปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร

กระทรวงกิจการภายในระบุว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงสังหาร อาชญากรติดอาวุธ 26 รายในเหตุจลาจล หลังก่อนหน้านี้มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตหลายสิบคน ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเสียชีวิต 18 นาย บาดเจ็บมากกว่า 740 และประชาชนถูกจับกุมมากกว่า 3,800 คน

ประธานาธิบดีโตคาเยฟกล่าวว่า นครอัลมาตีถูกโจร 20,000 คน โจมตีด้วยแผนการชัดเจน การประสานงาน และความพร้อมรบในระดับสูง และกล่าวโทษสิ่งที่เรียกว่าสื่อเสรี และบุคคลต่างชาติที่ไม่ระบุชื่อ ที่ยุยงความรุนแรง และเสริมว่า “ประชาธิปไตยไม่ใช่เสรีภาพตามอำเภอใจ”

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโตคาเยฟประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ และร้องขอความช่วยเหลือจากซีเอสอีโอที่นำโดยรัสเซียและมีสมาชิกที่เป็นรัฐอดีตสหภาพโซเวียตอีก 5 ประเทศ

Photo by Abduaziz MADYAROV / AFP

สำหรับปฏิกิริยาจากต่างประเทศ บรรดาชาติตะวันตกเรียกร้องให้ทุกฝ่ายงดเว้นและเคารพสิทธิของประชาชนในการประท้วงอย่างสันติ

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสี จิ้น-ผิง ผู้นำจีน ส่งข้อความถึงประธานาธิบดีโตคาเยฟ ยกย่องผู้นำคาซัคสถานที่ใช้มาตรการที่เข้มงวดอย่างเด็ดขาด ทำให้สถานการณ์สงบลงอย่างรวดเร็ว และมีความรับผิดชอบอย่างสูงต่อประเทศและประชาชนของผู้นำ

AFP PHOTO /Russian Defence Ministry

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงวันนี้ว่า เครื่องบินขนส่งทางทหาร อิล-76 จำนวน 9 ลำ พร้อมพลร่มและยุทโธปกรณ์ลงจอดในนครอัลมาตี และกองกำลังรัสเซียช่วยรักษาความปลอดภัยสนามบิน

ส่วนตัวเลขกองกำลังซีเอสทีโอ ซึ่งรวมทหารจากรัสเซีย เบลารุส อาร์เมเนีย ทาจิกิสถาน และคีร์กีซสถาน ยังไม่มีความชัดเจน แต่สื่อในรัสเซียคาดว่า กองทหารรัสเซียจะมีจำนวนน้อยกว่า 5,000 นาย

Demonstrators hold posters during a rally outside the Kyrgyz parliament building in Bishkek on January 7, 2022, during a protest against the decision by the Collective Security Treaty Organisation to deploy a peacekeeping contingent to Kazakhstan. (Photo by VYACHESLAV OSELEDKO / AFP)

การประท้วงดังกล่าวนับเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อระบอบการปกครองโดยนายนูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ ประธานาธิบดีผู้สถาปนาประเทศคาซัคสถาน ซึ่งก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2562 และเลือกนายโตคาเยฟเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง

ความโกรธแค้นของประชาชนส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่นายนาซาร์บาเยฟ วัย 81 ปี ที่ปกครองคาซัคสถานมาตั้งแต่ปี 2532 โดยผู้ประท้วงหลายคนตะโกนว่า “คนแก่ออกไป!” ซึ่งหมายถึงนายนาซาร์บาเยฟ และมีการโค่นล้มรูปปั้นอดีตผู้นำคนนี้ในเมืองตัลดีคอร์กัน ทางใต้ของประเทศ

นายนาซาร์บาเยฟและครอบครัวถูกฝ่ายวิจารณ์กล่าวหาว่า ยังอยู่ในอำนาจหลังฉากปกครองประเทศ และสะสมทรัพย์สมบัติมากมายจากการจับจ่ายของประชาชนทั่วไป ขณะที่นายนาซาร์บาเยฟไม่ได้ปรากฏตัวตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการประท้วง และมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่า อดีตผู้นำและสมาชิกในครอบครัหนีออกนอกประเทศ

เมื่อสัปดาห์เดียวกันนี้ ประธานาธิบดีโตคาเยฟ เข้ารับตำแหน่งในฐานะหัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงที่ทรงอำนาจของประเทศ แทนนายนาซาร์บาเยฟ พร้อมปลดสมาชิกในครอบครัวของอดีตผู้นำออกจากตำแหน่งสำคัญๆ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

รัฐบาลคาซัคฯตรึงราคาเชื้อเพลิง 6 เดือน ม็อบต้านก๊าซแพงถูกจับกว่า 2,000 คน

คาซัคฯสลายจลาจลต้านก๊าซแพง ตายนับสิบ-เจ็บเกินพัน มิตรรัสเซียส่งทหารช่วยคุม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน