ตัดสินแล้ว หญิงสหรัฐยัดแฟนหนุ่ม ใส่กระเป๋าเดินทาง จนตาย อ้างแค่เล่นซ่อนหากัน สุดท้ายจำนนต่อหลักฐาน
วันที่ 28 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ศาลรัฐฟลอริดา สหรัฐ ตัดสินหญิงวัย 47 ปี มีความผิดฐานฆาตกรรมโดยเจตนา โดยเธอยัดแฟนหนุ่มของเธอลงในกระเป๋าเดินทาง และจงใจปล่อยให้สิ้นลมเสียชีวิตเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา
ตามบันทึกของศาล ระบุว่า วันที่เกิดเหตุคู่รักชาวฟลอริดาคู่นี้กำลังดื่มชาร์โดเนย์ และต่อจิ๊กซอว์ในอพาร์ตเมนต์ของพวกเขาที่วินเทอร์พาร์ก ก่อนที่ซาราห์ บูนวัย 47 ปี บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า แฟนหนุ่มของเธอติดอยู่ในกระเป๋าเดินทางและเสียชีวิตระหว่างเล่นซ่อนหากัน

ภาพประกอบ
ซึ่งสำนักงานนายอำเภอออเรนจ์เคาน์ตี้ เผยคำให้การของบูนว่า พวกเขาคิดว่า “มันคงจะตลกดี” ที่จะกระโดดขึ้นกระเป๋าเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของเกมซ่อนหาที่พวกเขาเล่นกัน ก่อนที่เธอจะรูดซิปกระเป๋าสีน้ำเงินที่มีนายจอร์จ ตอร์เรส แฟนหนุ่มวัย 42 ปีอยู่ด้านใน โดยไม่ได้รูดสนิท นิ้วของเขายังโผล่มาได้ ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเขาสามารถเปิดออกได้
จากนั้นเธอเดินขึ้นไปบนเตียง และคิดว่าเขาจะเอาตัวออกจากกระเป๋าเดินทางและไปหาเธอ แต่เมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่า เขายังคงอยู่ในกระเป๋าเดินทางและไม่หายใจแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานอัยการรัฐ ระบุพบหลักฐานในระหว่างการพิจารณาคดีรวมถึงวิดีโอที่พบในโทรศัพท์ของบูน ซึ่งได้ยินเสียงของนายตอร์เรส ร้องขอความช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง แต่บูนกลับหัวเราะและปฏิเสธที่จะเปิดซิปให้เขาหลายครั้ง

ภาพประกอบ
ขณะเดียวกัน ในวิดีโอที่บันทึกเป็นหลักฐาน พบว่า เหยื่อได้บอกกับบูน “เขาหายใจไม่ออกและขอให้ปล่อยตัวออกจากกระเป๋าเดินทาง” โดยบูนตอบกลับอย่างเลือดเย็นว่า ‘นั่นคือสิ่งที่คุณได้รับ’ ‘นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึกเมื่อคุณนอกใจฉัน’ รวมถึงคำเยาะเย้ยอื่นๆ”
ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณาคดี 10 วัน ด้านทนายความของบูนได้กล่าวว่า ลูกความกำลังป่วยด้วย “โรคผู้หญิงถูกทำร้าย” และกลัวว่าชีวิตของเธอจะไม่ปลอดภัย พร้อมทั้งยืนยันว่า นายตอร์เรสสามารถออกมาจากกระเป๋าเดินทางด้วยตัวเองได้
โดยด้านทนายความยังกล่าวอีกว่า พวกเขาผิดหวังต่อคำตัดสิน ส่วนทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงรู้สึกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือแสดงความเห็นใดๆ กับสื่อ
อนึ่ง นางบูนจะมีกำหนดรับคำพิพากษาลงโทษในวันที่ 2 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น