ตำรวจบุกค้น 11 จุด กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี หาหลักฐานเพิ่ม คดีบิ๊กโจ๊ก ปมอดีตบิ๊กตำรวจ ขนทองคำหนัก 246 บาท แบล็คเมล์ ป.ป.ช. เผยวันเกิดเหตุ

วันที่ 30 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้คณะทำงานในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เข้าตรวจค้นบ้านพัก อาคารสำนักงาน และเป้าหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. รวม 11 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และ จ.สุราษฎร์ธานี

หลังถูกแจ้งความในคดีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามกฎหมายมาตรา 157 และความผิดที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นได้ตรวจยึดหลักฐาน และทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนหลายรายการด้วย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า การเข้าตรวจค้นสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับอดีตรองผบ.ตร. ครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานสืบสวนสอบสวนของ ตร. ได้เข้าแจ้งความที่ กก.5 บก.ปปป.

เพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และข้อหาอื่นๆ

เหตุเกิดที่ อาคารแห่งหนึ่ง แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และที่บริเวณลานจอดรถยนต์สมาคมชาวปักษ์ใต้ ถนนกาญจนาภิเษก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2567 ต่อเนื่องวันที่ 1 ก.ย.2567 เวลากลางวัน

โดยมีผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย

  1. พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หรือ สุรเชษฐ์ หักพาล
  2. นายสมบัติ (ขอสงวนนามสกุล)
  3. นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ด (ขอสงวนนามสกุล)
  4. นายสรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล)
  5. กรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่ง
  6. นายสุรสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล)

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ชุดสืบสวนในนาม ตร. ให้การว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เข้ามาพบที่สำนักงานอาคารแห่งหนึ่ง ชั้น 2 เมื่อมาถึงก็พบ นายสามารถ อยู่ที่สำนักงานอยู่ก่อนแล้ว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำทองคำแห่งไปมอบให้ กรรมการ ป.ป.ช. รยาหนึ่ง ในวันที่ 1 ก.ย.2567 เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือทางคดีซึ่งอยู่ในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแจ้งว่าได้พูดคุยตกลงกับไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนสถานที่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง พร้อมกำชับให้ถ่ายคลิปวิดีโอในขณะส่งมอบทองคำแท่งไว้ด้วย

จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ นายสามารถ นำทองคำแท่งที่เตรียมไว้ นำมามอบให้กับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เมื่อได้รับทองคำแท่งแล้ว พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้เดินทางกลับมาถึงที่พักได้เปิดกล่องออกดู พบทองคำแห่งบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ จำนวน 2 กล่อง รวมน้ำหนัก 246 บาท จึงถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาวันที่ 1 ก.ย.2567 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ สั่งการให้นำทองคำแท่งไปมอบให้กรรมการป.ป.ช.รายหนึ่งที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ถนนกาญจนาภิเษก พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับพวก จึงได้เดินทางไปรออยู่แถวบริเวณใกล้กับสมาคมชาวปักษ์ใต้

จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ พ.ต.ภาคภูมิ ทราบว่า กรรมการ ป.ป.ช.นั่งมาในรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช. และจอดรออยู่ที่ลานจอดรถของสมาคมชาวปักษ์แล้ว โดยให้นำทองคำแท่งไปมอบให้ได้เลย

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับพวก จึงขับรถวนไปยังจุดหมาย พบรถคันดังกล่าวจอดอยู่เพียงคันเดียว จึงถือกระเป๋าที่บรรจุทองคำแท่งดังกล่าว ลงจากรถเดินไปที่รถตู้ ก่อนพบว่า นายสุรสิทธิ์ นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ

เมื่อมองเข้าไปในรถยังพบกรรมการ ป.ป.ช. นั่งอยู่เบาะหลังคนขับ ก่อนยื่นกระเป๋าใส่ทองคำแท่งให้เพื่อส่งมอบต่อให้กับกรรมการ ป.ป.ช.รายนี้ ตามที่รับคำสั่งมา จากนั้นรถตู้คันดังกล่าวก็ขับออกไปจากบริเวณดังกล่าวทันที

นอกจากนี้ มีรายงานอีกว่า ในค่ำวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะเดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อติดตามคดีดังกล่าวต่อไปด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน