รมว.ยธ. พร้อม รอง ผบ.ตร. เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันลำลูกกา จ.ปทุมธานี ยังไม่พบความผิดปกติ มีน้ำมันกระจายไปปั๊มภาคกลางเพียงพอ ระบุ เร่งตรวจสอบทั้งระบบ สาเหตุน้ำมันไม่เพียงพอ ยัน ข้อมูลเป็นวิทยาศาสตร์ พิสูจน์หาไอโม่ง และสาเหตุน้ำมันไม่เพียงพอได้
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ที่ ศูนย์กระจายน้ำมันขนาดใหญ่ จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) , ตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ , ตัวแทนจากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน , ตัวแทนพลังงานปทุมธานี , สรรพาสามิตพื้นที่ , ฝ่ายปกครองจังหวัดปทุมธานี
ร่วมกันเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัท ปตท.ฯ ย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นศูนย์กระจายน้ำมันขนาดใหญ่ไปในโซนพื้นที่ จ.ปทุมธานี และพื้นที่ภาคกลาง โดยมี นายสุริยัน พฤทธิพงศ์พันธุ์ ผู้จัดการส่วนคลังน้ำมันลำลูกกา ชี้แจงข้อมูล
ภายหลังทำการตรวจสอบเฉพาะจุดควบคุมระบบการจ่ายน้ำมัน พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า วันนี้คลังน้ำมันที่ลำลูกกาแห่งนี้ ถืออันดับต้นๆของ ปตท.จึงต้องมาตรวจสอบระบบการจัดสรรน้ำมันลงไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆว่า มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง
ซึ่งจากการตรวจสอบห้องคอนโทรลระบบ และได้ฟังคำชี้แจงจากตัวแทนของคลังน้ำมัน พบว่า มีการจัดสรรน้ำมันลงไปในพื้นที่ของคลังต่างๆตามต่างจังหวัดและสถานีบริการน้ำมันตามปกติ โดยมีการจัดสรรอย่างเป็นปกติ ซึ่งประสิทธิภาพการจัดเก็บน้ำมันของคลังนี้มีหลายประเภท
ทั้งนี้จากปริมาณน้ำมันที่อยู่ในคลัง พบว่า ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะกระจายลงไปในพื้นที่ ส่วนปริมาณน้ำมันที่ก้นถังที่ไม่สามารถดึงขึ้นมาจัดสรรได้นั้น มีประมาณถังละ 1ล้านลิตร แต่ถือเป็นระบบของคลัง ส่วน90% สามารถจัดสรรให้ไปตามสถานีต่างๆได้
ส่วนสต๊อกน้ำมันที่มีอยู่เป็นสต๊อกเก่าหรือใหม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล บอกว่า จะต้องให้ทางดีเอสไอ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เข้ามาตรวจสอบระบบและเก็บข้อมูล ทำการตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดก่อนแล้วจะมีการสรุปข้อมูลอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พบข้อพิรุธของคลังน้ำมันลำลูกกาแห่งนี้
ทั้งนี้มาตรการการตรวจสอบของรัฐบาลนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไปตรวจสอบปลายทางย้อนขึ้นมา ส่วนกรมสิบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และกรมธุรกิจพลังงาน จะตรวจสอบระบบโรงกลั่นและจากคลังน้ำมัน เพื่อนำข้อมูลมาชนกันและพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ให้ได้ว่า ที่น้ำมันไม่เพียงพอ เกิดจากอะไร
โดยตนเองจะต้องไปตรวจสอบเกี่ยวกับน้ำมันทั้งระบบ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะไปตรวจสอบร่วมกับกรมเจ้าท่าที่ แหลมฉบัง ในการตรวจสอบการเดินเรือ เพื่อให้รู้จำนวนเรือที่เข้าออกทั้งหมด เพื่อตรวจสอบให้ครบทุกมิติ แล้วนำข้อมูลมาสรุปกันอีกครั้ง
ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย บอกด้วยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการตรวจสอบปลายทาง ตามปั๊มน้ำมันต่างๆ โดยช่วง 2 วันที่ผ่านมา ได้นำข้อมูลปั๊มน้ำมันที่ปิดตัวลงทั่วประเทศมาตรวจสอบว่า รับน้ำมันมาจากที่ไหน โดยได้เป้าหมายมาแล้ว 29 คลังทั่วประเทศ 14 จ็อบเบอร์ ที่ส่งน้ำมันแล้วมีข้อจำกัดในการส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน ทำให้ปั๊มน้ำมันปิดตัวลงนั้น ซึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำการตรวจสอบ
ซึ่งจะตรวจสอบว่า ต้นทางของน้ำมัน ส่งมาที่คลัง เพียงพอหรือไม่ ตรงกับความต้องการเดิมหรือไม่ คลังมีการจ่ายน้ำมันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ หลังจากมีเหตุวิกฤตแล้วคลังน้ำมันได้จ่ายน้ำมันลดลงหรือไม่ การขนส่งจากคลังน้ำมันไปยังปั๊มที่ปิดตัวลง ขนส่งไปถึงสถานีบริการน้ำมันตรงตามปริมาณหรือไม่ โดยจะไปทำการตรวจสอบและนำข้อมูลมาเชื่อมต่อกับต้นทางอีกครั้ง และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
เมื่อถามว่า มีการตรวจสอบเข้มทั้งระบบตั้งแต่ปลายทางมาหาต้นทาง จะมีโอกาสเจอไอโม่ง ตัวจริงหรือไม่ พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า “ได้ครับ เพราะตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายฝั่งปลายทาง แล้วข้อมูลจะย้อนขึ้นมา ส่วนดีเอสไอจะไปดูต้นทาง แล้วจะนำข้อมูลมาสรุปว่าน้ำมันอยู่ที่ไหน และขอเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ มีตัวเลขที่ชัดเจนสามารถพิสูจน์ได้ และจะต้องมีคำตอบว่า ช่วงที่น้ำมันไม่พอ เกิดจากสาเหตุอะไร”
พล.ต.อ.ธัชชัย ยังบอกถึงการลักลอบส่งน้ำมันตามแนวชายแดนด้วยว่า ได้มีการจับกุมที่แม่สอด และหนองคาย ปริมาณลักลอบส่งออกยังมีจำนวนน้อยกว่า 2 หมื่นลิตร และที่สรรพสามิตร ลักลอบจับน้ำมันเถื่อนกลางทะเลเมื่อวานนี้ก็ไม่ได้เป็นการส่งออก
ทั้งนี้ตนเองได้ไปชายแดนไทยมาเลเซียเมื่อวานนั้น เพื่อไปตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนทางฝั่งมาเลเซีย ก็ยังไม่พบความผิดปกติตามแนวชายแดน และไม่พบการลักลอบส่งออก ซึ่งจะมีการตรวจสอบติดตามอย่างใกล้ชิด
ส่วนจ็อบเบอร์ ในช่วงเหตุการณ์วิกฤต ก็พบว่าไม่ได้รับน้ำมันจำหน่ายเพราะน้ำมันแพง และได้รับโควต้าลดลง และหยุดจำหน่ายไป จึงต้องทำการตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้ด้วย
ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีคลังน้ำมัน จ.อ่างทอง ขณะนี้ ได้ดำเนินการเรื่องการขายแพงขายเกินราคา และปรับในเรื่องการไม่ได้รับอนุญาติเรื่องความสะอาด แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินคดีเรื่องการกักตุนน้ำมัน








