ดีเอสไอ เรียกสอบปากคำ 8 บริษัทเรือ โยงน้ำมัน 60 ล้านลิตร ล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี เตรียมซักถามปมประกอบธุรกิจ ใบกำกับการขนส่งน้ำมัน
วันที่ 18 เม.ย.2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า จากกรณีคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติรับคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษที่ 59/2569 โดยเฉพาะกรณีคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากพบความผิดปกติของการจำหน่ายน้ำมันออกจากคลัง โดยในเดือน ก.พ.69 คลังมีการจำหน่ายน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร แต่ในเดือน มี.ค.69 คลังกลับจ่ายน้ำมันเพียง 400,000 ลิตร ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน
ซึ่งเมื่อวันที่ 17 เม.ย.69 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบกับผู้บริหารกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อขอข้อมูล จากนั้นในวันจันทร์ที่ 20 เม.ย.69 ตนจะเดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าพบและหารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในประเด็นที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเคยร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบริษัทคลังน้ำมันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อเตรียมรับโอนสำนวนจากตำรวจสุราษฎร์ธานีมายังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไป
พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยอีกว่า ส่วนเรื่องสืบสวนที่ 43/2569 ซึ่งดีเอสไอได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมธุรกิจพลังงาน และหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ 20 เที่ยวเรือ ด้วยเรือ 12 ลำ (จาก 8 บริษัท) ที่เเล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร
โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีมติออกหนังสือเรียกเชิญกรรมการบริษัทเรือขนส่งน้ำมัน 8 บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ มาสอบปากคำในฐานะพยาน พร้อมให้เวลารวบรวมเอกสารหลักฐาน คาดเริ่มต้นสอบสวนปากคำตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 เม.ย.69 ที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งประเด็นที่จะใช้ในการสอบถาม อาทิ การประกอบธุรกิจของบริษัทเป็นมาอย่างไร มีใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไรบ้าง มีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไร เป็นต้น
พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษจัดทำหนังสือแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเสนอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้มีหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมการค้าภายใน กรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า ศรชล. ฯลฯ มาร่วมเป็นพนักงานสอบสวน และใช้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติงานสอบสวนคดีกักตุนน้ำมันร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวอยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรีลงนามตามขั้นตอนต่อไป