ญาติ “เสริมลาภ” ผู้เสียชีวิตรถไฟรายสุดท้ายเตรียมรับร่างไร้วิญญาณ เผยชีวิตผู้ตายโดดเดี่ยวน่าสงสาร เป็นคนดี ขยัน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุกับครอบครัว ขณะที่ ขสมก.-รฟท. รับดูแลค่าใช้จ่ายและเยียวยาครอบครัวทั้งหมด
วันที่ 26 พ.ค. 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสาวนันทวัลย์ นักรบ อายุ 60 ปี พี่สาวคนโต พร้อมด้วย นายหลง ปิ่นทอง อายุ 59 ปี ศักดิ์เป็นน้องของบิดานายเสริมลาภ ปิ่นทอง หรือ “เอ” อายุ 44 ปี พนักงานบริษัทประกันภัย ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 และเป็นศพสุดท้ายจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ บริเวณแยกอโศก-ดินแดง ได้เดินทางมาติดต่อรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ไม่มีญาติเดินทางมาแจ้งตามหาบุคคลสูญหาย โดยมีเพื่อนสนิทของนายเสริมลาภ เดินทางมาด้วย
คดีนี้ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.สอบสวน สน.มักกะสัน ใช้เวลาติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถแกะรอยจากภาพสตอรี่ในอินสตาแกรมของ “น้องโรส” หรือ น.ส.วิภารักษ์ เผ่าภูรี หนึ่งในผู้เสียชีวิต ที่โพสต์ภาพสุดท้ายไว้ ก่อนเชื่อมโยงกับข้อมูลจากเพื่อนสนิทของผู้ตาย ที่โทรศัพท์มาแจ้งว่าเพื่อนหายตัวไปจากที่ทำงานอย่างผิดปกติ นำไปสู่การติดต่อ นายไพรัช ปิ่นทอง ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อของผู้เสียชีวิต ให้เข้ามาตรวจ DNA เพื่อเปรียบเทียบพิสูจน์อัตลักษณ์ จนยืนยันตัวบุคคลได้สำเร็จ แม้ทั้งสองจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ด้าน นางนันทวัลย์ หรือ “นัน” อายุ 60 ปี ญาติฝ่ายแม่ของผู้เสียชีวิต พร้อมเครือญาติที่เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ตนเลี้ยงดูผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เคยนอนบ้านเดียวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต และไม่ได้พบหน้ากันมานานกว่า 30 ปี แม้จะห่างหายกันไป แต่ก็ยังติดต่อและคอยช่วยเหลือกันมาตลอด หากมีอะไรก็จะโทรหาน้องเสมอ
พร้อมยอมรับว่าตอนเกิดเหตุยังนั่งดูข่าวอยู่ โดยไม่คิดเลยว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิต จะเป็นคนในครอบครัว จนกระทั่งเพื่อนของผู้ตายและบริษัทที่ทำงานติดต่อมา จึงรีบเดินทางมาดำเนินเรื่องทันทีตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
“ชีวิตน้องโดดเดี่ยว บางครั้งก็ไม่ค่อยรับสาย จึงไม่ค่อยได้คุยกัน จะคุยกันแต่ละครั้งก็ช่วงวันสำคัญ เขาเป็นคนเก่ง ขยัน นิสัยดี พ่อ แม่ และน้องเสียชีวิตหมดแล้ว ทำงานด้านประกันภัย ต้องเดินไปทำงาน กลับบ้านดึกทุกวัน บางครั้งเราไปหา ก็ต้องยืนรอหน้าบ้านมืดๆ เพราะเขายังไม่กลับ ไม่มีครอบครัว ชีวิตน่าสงสารมาก” นางนันทวัลย์ กล่าว
พร้อมยืนยันว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้หวังเรื่องทรัพย์สินหรือเงินเยียวยาใดๆ โดยครอบครัวเพียงต้องการรับร่างกลับไปทำบุญและส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น “เราไม่ได้หวังเงินทองอะไรเลย ต่อให้ไม่ได้สักบาทก็ไม่เป็นไร แค่อยากดูแลและส่งน้องครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด”
หลังจากนี้ญาติจะนำร่างของผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดชมพูเวก อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เนื่องจากเป็นสถานที่บรรจุกระดูกของพ่อ แม่ และน้องสาวของผู้เสียชีวิต ส่วนห้องพักของผู้ตายนั้น ครอบครัวยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการใดๆ และอยู่ระหว่างหารือกัน
ขณะที่ นายธนกร สังข์แก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาบุคคล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งเดินทางมาร่วมในวันนี้ด้วย กล่าวว่า ขสมก. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยจะรับผิดชอบดูแลเรื่องการรับศพ การจัดพิธีทางศาสนา และอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ รวมถึงการเยียวยาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งญาติสามารถกำหนดวันและขั้นตอนต่างๆ ได้ตามความประสงค์
นายธนกร ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ขสมก. ได้เข้าไปดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตครบทั้ง 7 รายก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องงานศพอย่างใกล้ชิด
ด้านนายประลองพล ธิวงศ์ บุคลากรและผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทาง รฟท. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียเช่นกัน และพร้อมรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน อยู่ระหว่าง ดำเนินการเอกสาร โดยนัดหมายให้นายไพรัตน์ ปิ่นทอง อายุ 34 ปี ญาติที่มาตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งบิดาของนายไพรัตน์ฯ กับผู้เสียชีวิตเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน เพื่อเดินทางมารับร่างผู้เสียชีวิตที่สถาบันนิติเวชฯด้วย
ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) กองบัญชาตำรวจนครบาลประชุมร่วมกับฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี รถไฟบรรทุกสินค้า ชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-เพชรบุรี โดยขณะนี้ฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเทียบเคียงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่การรถไฟ
ซึ่งในวันนี้เวลา 10.00 น. คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้นัดสอบปากคำเพิ่มเติม 7 ปาก ประกอบด้วย นายสถานีคลองตัน, นายสถานีมักกะสัน, เจ้าหน้าที่ประจำซุ้ม 3 ซุ้ม, สารวัตรรถไฟ และผู้เชี่ยวชาญการขับรถไฟ เบื้องต้นได้รับรายงานว่าพยานทั้ง 7 ปากอยู่ระหว่างทยอยเข้าให้ข้อมูล ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้ให้ฝ่ายจราจรขอรายงานการปฏิบัติ ในการจัดการจราจรและประชาสัมพันธ์ บริเวณจุดตัดตัดทางรถไฟในพื้นที่ ตามมาตราการ จัด จับ ปรับ มีผลการเพื่อ บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด หรือฝ่าฝืนกฎจราจร

