พ่อ นักเรียนม.3 เล่าชนวนโกรธครู ก่อนบุกยิงในโรงเรียนดังกำแพงเพชร ลูกป่วยซึมเศร้ามาระยะหนึ่ง เผย สาเหตุเครียด พยายามซ่อนปืนแล้ว เคยกังวลว่าจะเกิดเหตุแบบนี้

จากกรณีเกิดเหตุการณ์ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เมื่อเด็กนักเรียนชายอายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ซึ่งอยู่ระหว่างรักษาตัวจากอาการป่วยซึมเศร้า ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. บุกเข้าไปก่อเหตุยิง ตั้งแต่บริเวณหน้าโรงเรียนจนถึงอาคารเรียน สร้างความตกใจกลัวให้กับครูและนักเรียน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 3 ส.ค.2569 พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุนักเรียนชายชั้น ม.3 วัย 14 ปี ก่อเหตุยิงในโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม จ.กำแพงเพชร

นักเรียนม.3

พ่อ นักเรียนม.3 เล่าชนวนโกรธครู ก่อนบุกยิงในโรงเรียนดังกำแพงเพชร ลูกป่วยซึมเศร้ามาระยะหนึ่ง เผย สาเหตุเครียด พยายามซ่อนปืนแล้ว เคยกังวลว่าจะเกิดเหตุแบบนี้

โดยประชุมร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อวางมาตรการป้องกันและตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์ครั้งนี้จบลงด้วยดีเนื่องจากภาคีเครือข่ายมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุมาอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยใช้เวลาประชุมหาทางออกร่วมกันเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง ภายในห้องประชุมกำแพงลีลา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร

จากนั้น พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมหารือเพื่อวางมาตรการไม่ให้เหตุนี้เป็นชนวนในการลอกเลียนแบบในเรื่องต่อ ๆ ไป จุดประสงค์ที่สำคัญเราไม่ต้องการแก้ไขแต่เราไม่ต้องการให้เกิด วันนี้เลยมาวางมาตรการว่าเราจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ต่อไปได้อย่างไร

ซึ่งวันนี้ได้คุยกันในหลาย ๆ ประเด็นแต่ขอไม่ลงรายละเอียด แต่ทุกฝ่ายได้ตกผลึกร่วมกันและเตรียมนำไปหารือในระดับจังหวัดอีกครั้ง ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนพื้นที่จ.กำแพงเพชร จริง ๆ เราเพิ่มความเข้มของมาตรการมาอยู่แล้วทั้งฝ่ายการศึกษาก็ดี ของตำรวจก็ดี

มีการยกระดับขึ้นมาไม่ว่าจะเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุด หรือเหตุอื่น ๆ ที่จะเกี่ยวเนื่องก็ดี เราวางมาตรการคุมเข้มไว้ส่วนหนึ่งแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์วันนี้เรามาดูว่ามีข้อบกพร่องตรงไหนก็จะไปเติมเต็มในส่วนนั้น และหามาตรการเสริมในการที่จะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก

ทั้งนี้ หลังจากกลับมาทำการเรียนการสอนปกติ เรื่องความปลอดภัยนั้น คงยังไม่ถึงกับต้องส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในโรงเรียน แต่เป็นหน้าที่อยู่แล้วที่เราจะต้องแวะเวียนเข้าไปตรวจตราป้องกันระมัดระวัง ตรงนี้ก็ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ให้มีการปฏิสัมพันธ์ฝ่ายครูอาจารย์เพิ่มเติมด้วย

ส่วนที่มีกระแสข่าวออกไปว่า เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุเคยนำอาวุธปืนเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียนแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทางโรงเรียนได้มีการปิดข่าวไปนั้น น.ส.จุฑามาศ วงษ์เขียว ผู้อำนวยการโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม กล่าวว่า ทางโรงเรียนขอยืนยันว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

จากเหตุการณ์เมื่อวานเป็นเหตุเกิดขึ้นครั้งแรก คือเด็กนักเรียนนำอาวุธปืนเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียน สืบเนื่องจากได้รับข้อมูลของครูที่ปรึกษาและครูแนะแนว ว่ามีเพื่อนของนักเรียนที่ก่อเหตุมีความกังวลใจ มีข้อมูลการพูดถึงอาวุธปืน และมีความเครียดหลาย ๆ เรื่อง ไม่ขออนุญาตลงในรายละเอียด

จึงได้เชิญผู้ปกครองมาพูดคุยเพื่อหาแนวทางป้องกันถึง 2 ครั้ง จากที่มีแชทในโซเชียลระหว่างครูและนักเรียน เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิด ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองและมีการป้องกันเหตุต่าง ๆ มาโดยตลอด

หลังพบว่าผู้ก่อเหตุมีปัญหาก็ให้ครูแนะแนวประสานกับผู้ปกครองและเด็กตลอด พร้อมปรับแผนการเรียนการสอนในทุกวิชา แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะกำชับและประสานความร่วมมือระหว่างครูกับผู้ปกครองให้มากขึ้น

จากการสอบถามข้อมูลจากพ่อของเยาวชนผู้ก่อเหตุ ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น โดยเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่เกิดเหตุ หลังจากตนเองออกเวรและเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ขณะนั้นเป็นช่วงที่ลูกชายเดินทางเข้ามาที่บ้านและนำอาวุธปืนออกไป แต่ตนเองกำลังนอนหลับ จึงไม่ทราบว่าลูกชายเข้ามานำปืนไป

กระทั่งภายหลังทราบข่าวว่าเกิดเหตุที่โรงเรียน จึงรีบเดินทางไปที่โรงพัก และตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนเองได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีโอกาสพูดคุยกับลูกชายจนถึงประมาณเที่ยงคืน

พ่อของเยาวชนผู้ก่อเหตุ กล่าวด้วยว่า ลูกชายมีอาการป่วยซึมเศร้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่เพิ่งพาไปพบแพทย์เมื่อไม่นานมานี้ โดยจากการพูดคุยกับลูกชายพบว่าปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดส่วนหนึ่งมาจากการถูกเพื่อนแกล้ง

นอกจากนี้ ลูกชายเคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับความรุนแรงลงในโซเชียล ก่อนที่ครูจะบันทึกภาพข้อความดังกล่าวและนำไปโพสต์ต่อ ทำให้ลูกชายเกิดความโกรธและรู้สึกไม่พอใจ ก่อนจะนำไปสู่เหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา

พ่อยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น จึงพยายามเก็บและซ่อนอาวุธปืน เนื่องจากปกติจะพกติดตัวและเก็บไว้ภายในบ้าน แต่ในวันเกิดเหตุได้นำปืนไปซ่อนไว้ภายในรถ ก่อนที่ลูกชายจะไปพบและนำออกมาก่อเหตุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน