ดีป้า เปิดมูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยปี 68 แตะ 5.34 หมื่นล้านบาท คาด 3 ปีเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 6% มูลค่าทะลุ 6 หมื่นล้าน เกมพีซีโตแรง คาแรกเตอร์พุ่ง 31% ชี้โจทย์ใหญ่เร่งปั้น IP ไทย สร้างมูลค่าเพิ่มผู้ประกอบการ
วันที่ 3 กันยายน 2569 นายศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยใน 3 ปีจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 57,513 ล้านบาทในปี 2569 และ 60,187 ล้านบาทในปี 2570 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 63,168 ล้านบาทในปี 2571 จากปี 2568 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 53,417 ล้านบาท ขยายตัว 6% จากปี 2567
มาจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ฐานการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นราว 4 เท่าในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกำลังซื้อจากบริโภคของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ สะท้อนได้ชัดเจนจากการเปิดหน้าร้านอาร์ตทอยในทำเลท่องเที่ยวหลัก ตลอดจนการพัฒนาสินค้ารุ่นเฉพาะสำหรับประเทศไทย
ขณะที่อุตสาหกรรมเกมได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของแพลตฟอร์มพีซี การกลับมาของงานรับจ้างผลิต รวมถึงความพร้อมของเวทีธุรกิจระดับภูมิภาคที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และกลไกเชิงนโยบาย อย่าง ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม ซึ่งกำลังจะมีผลบังคับใช้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน
“การคาดการณ์แนวโน้มดังกล่าวมีการเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี ต่ำกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 2562-2568 ค่อนข้างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยกำลังเข้าสู่ระยะเติบโตแบบปกติ หลังแรงส่งจากพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงโควิด-19 เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ“
แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเติบโต แต่โครงสร้างของมูลค่าการบริโภคยังเป็นประเด็นท้าทาย โดยปี 2568 มูลค่าการบริโภคอยู่ที่ 50,988 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อนหน้า แต่เป็นมูลค่าการนำเข้าถึง 41,735 ล้านบาท ขยายตัว 6% คิดเป็น 78% ของมูลค่าอุตสาหกรรมทั้งหมด
ส่วนมูลค่าการผลิตของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ 11,682 ล้านบาท เติบโตเพียง 3% ขณะที่มูลค่าการส่งออกหดตัวลง 22% เหลือ 2,429 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดเติบโตขึ้น แต่ผู้ประกอบการไทยกลับได้รับประโยชน์จากการเติบโตในสัดส่วนที่จำกัด
นอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ยังมีความเสี่ยงจากการพึ่งพากำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น กลุ่มอาร์ตทอยและสินค้าลิขสิทธิ์ที่ใช้หน้าร้านในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเป็นช่องทางจัดจำหน่าย
โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ปี 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 32.97 ล้านคน ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จากตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 1.54 ล้านล้านบาท ลดลง 5% โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้าอาร์ตทอยหดตัวลงราว 30% ด้วยเหตุนี้ การพึ่งพากำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
“ตัวเลขปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า ตลาดในประเทศเติบโตจริง ผู้บริโภคไทยใช้จ่ายกับดิจิทัลคอนเทนต์มากขึ้น แต่มูลค่าส่วนใหญ่ยังไหลออกไปสู่เจ้าของคอนเทนต์ในต่างประเทศ โจทย์ของเราจึงไม่ใช่การทำให้ตลาดโตขึ้น
แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการไทยได้ส่วนแบ่งจากตลาดที่โตอยู่แล้วมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ของตัวเอง และการผลักดันมาตรการที่ส่งเสริมให้ผู้ให้บริการเลือกที่จะจดทะเบียนและสร้างรายได้ในประเทศไทย” นายศุภกร กล่าว
ในส่วนของจำนวนบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ปี 2568 อยู่ที่ 8,403 คน เพิ่มขึ้น 9% โดยแบ่งเป็นบุคลากรสายเทคนิค 4,756 คน และสายสนับสนุน 3,647 คน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนบุคลากรเป็นผลมาจากการขยายฐานการสำรวจจาก 277 รายเป็น 323 ราย
ทั้งนี้ จำนวนบุคลากรที่เพิ่มขึ้นกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเกมและคาแรกเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งในสายสนับสนุนและงานเชิงพาณิชย์ ขณะที่แอนิเมชันและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลดลงสาขาละ 2%