เผย 3 หมูป่ายังหูอื้อ ไม่พบเชื้ออุบัติใหม่ ส่งจิตแพทย์เยียวยาโค้ชเอกให้เลิกโทษตัวเอง

ปลัดสธ.เผยอาการทีมหมูป่าดีขึ้น ประเมินผลทุกเช้าเย็น ยังให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน เผย 3 รายยังปอดอักเสบ อีก 3 คนมีอาการหูอื้อ ส่งจิตแพทย์ประกบทุกราย เผยโค้ชเอกมีจิตแพทย์คอยดูแลเยียวยาจิตใจให้เลิกโทษตัวเอง

ภาพน้องๆหมูป่าในห้องปลอดเชื้อ

วันที่ 12 ก.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงอาการทีมหมูป่าอะคาเดมี่ 13 คน ที่รักษาตัวอยู่ที่รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ว่ามีการประเมินทุกเช้าเย็น ซึ่งเช้านี้พบว่าทานอาหารได้ตามปกติ เดินเข้าห้องน้ำและทำกิจวัตรประจำวันได้ อ่านข่าว ‘ฮีโร่’ กลับแล้ว! ชาวเชียงราย ‘ฮูย่า’ กึกก้อง ส่ง ‘ผบ.ซีล’ กลับ (คลิป)

ส่งทีมแพทย์ดูแลไม่ห่าง

ส่วนการให้ยาฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะยังต้องให้จนกว่าจะครบ 7 วัน โดยเฉพาะ 3 รายที่มีภาวะปอดอักเสบ ส่วนล็อตหลังจำนวน 5 รายนั้น พบว่ามี 3 ราย ที่มีอาการหูอื้อ ตรวจสอบแล้วพบว่าเกิดจากหูชั้นกลางอักเสบ ซึ่งคาดว่ามาจากการเป็นหวัดเล็กน้อย ซึ่งคิดว่าให้การรักษาแล้วจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน สำหรับสภาพจิตใจของทุกคนในสภาพรวมดี ร่าเริงดี โดยจะมีจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยด้วยทุกราย อ่านข่าว เปิดภาพ ทีมหมูป่า ในโรงพยาบาลครั้งแรก ชูสองนิ้ว ไอเลิฟยู

สำหรับตัวโค้ช ซึ่งหลายคนกังวลถึงความรู้สึกผิดนั้น ก็จะมีจิตแพทย์คอยติดตามและดูแลเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ฝากถึงสื่อมวลชน กรณีที่น้องๆ กลับบ้านแล้ว อาจต้องระมัดระวังเรื่องการสัมภาษณ์ พูดคุย เพราะกังวลว่าจะกระทบต่อสภาพจิตใจของเขาได้ อ่านข่าว ทีมหมูป่า สบายดี ไม่พบเชื้อน่ากังวล ยันแรกรับตัว มีสติ รู้ตัวดี ทุกคน!


ปลัดสธ. กล่าวต่อว่า ส่วนผลการตรวจเลือดที่ส่งเข้ามาตรวจในห้องแล็บที่กรุงเทพมหานคร เพื่อหาเชื้อโรคอุบัติใหม่นั้น ไม่พบว่ามีความผิดปกติอะไร ส่วนผลเลือดล็อต 2-3 จะทยอยออกมาเร็วๆ นี้ และเมื่อทราบผลแล้วจะมาประเมินอีกครั้ง แต่อยากให้ทั้งหมดอยู่ที่โรงพยาบาลให้ครบ 7 วัน ยังไม่อยากให้กลับบ้าน เพราะน้องๆ เผชิญกับการอดอาหารมานาน อยู่ในสภาพอากาศที่อับชื้น ร่างกายเลยอ่อนแอ หากให้กลับบ้านอาจจะมีเสี่ยงติดเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะเชื้อไข้หวัด ซึ่งติดง่าย

นพ.เจษฎา กล่าวว่า สำหรับหน่วยซีลที่เข้าไปอยู่กับน้องๆ ภายในถ้ำนั้นก็เข้ามาอยู่ในโรงพยาบาล เก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจเช่นกัน ตอนนี้ไม่น่าห่วง เพราะสุขภาพร่างกายแข็งแรงกันดี ตอนนี้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อพักฟื้น

ส่วนบุคลากรเจ้าหน้าที่ที่ร่วมภารกิจนี้ก็ให้คู่มือแนะนำการดูแล สังเกตอาการด้วยตัวเอง หากพบผิดปกติให้มาพบแพทย์ แต่ขณะนี้ยังไม่มี ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้อนาคตเมื่อมีความพร้อมแล้วจะต้องถอดบทเรียนกันแน่นอน โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง และทีมที่เข้าช่วยเหลือมามาร่วมเสวนาให้ความรู้กันอย่างแน่นอน