เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีแถลงผลการตรวจค้นจับกุมกลุ่มขบวนการปล่อยหนี้นอกระบบรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีเครือข่าย ผู้ร่วมขบวนการการกระทำความผิดมากกว่า 2,000 ราย และมีประชาชนที่เป็นลูกหนี้ประมาณ 170,000 ราย รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดและอายัดกว่า 150 ล้านบาท และจากข้อมูลยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องอีกกว่า 1,000 คน ว่า ขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว เพราะบางคนเป็นชื่อเล่น หรือชื่อที่ในวงการเรียกขานกัน เช่น จ่าดำ จ่าแดง ตามที่ชาวบ้านเรียก แต่บางครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้จะเป็นเจ้าหน้าที่จริง ซึ่งบางคนอาจจะเคยเกณฑ์ทหารหรือเคยรับราชการมานานมากแล้ว ดังนั้น ทุกอย่างต้องตรวจสอบให้แน่ชัด หากพยานหลักฐานเกี่ยวพันเชื่อมโยงก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ออกมาระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านหนึ่ง โทรเจรจา เรื่องการดำเนินคดีกับนายวิชัย ปั้นงาม ดีเอสไอมีข้อมูลส่วนนี้หรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ไม่ทราบข้อมูลส่วนนี้

 
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะต้องตรวจสอบข้อมูลจากเซิฟเวอร์ที่ได้จากการตรวจค้นในการจับกุมครั้งนี้ เพื่อดูว่าแต่ละบริษัทที่เครือข่ายนี้มีการเปิดประกอบกิจการอื่นๆ บังหน้าว่ามีหัวหน้าสาย คู่สาย และฝ่ายดูแลบัญชีการเงินเป็นใครบ้าง ก่อนจะนำไปสู่การออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเซิฟเวอร์เบื้องต้น พบว่ามีการตั้งยูสเซอร์เนมและรหัสเพื่อใช้ในการเข้าสู่ระบบ อีกทั้ง ยังมีการจัดทำเป็นตารางเพื่อรายงานผลการทวงหนี้ว่าแต่ละวันสำนักงาน หรือภาษาในวงการเรียก “อ๊อฟฟิต” สามารถเก็บเงินได้เท่าไหร่ และลูกหนี้คนไหนยังไม่ได้จ่ายให้ตามสัญญาบ้าง ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะมีการอัพเดตวันต่อวัน เพื่อส่งต่อมายังศูนย์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ดังนั้น ตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน