กู้ร่างขึ้นมาได้แล้ว 1 ศพเหตุ ศาลาริมน้ำถล่ม อีกคนยังอยู่ใต้น้ำ จนท.ลั่นขอหาจนเจอ

ศาลาริมน้ำถล่ม

กู้ร่างขึ้นมาได้แล้ว 1 ศพเหตุ ศาลาริมน้ำถล่ม เป็นแม่ค้าขายน้ำ ส่วนอีกคนซึ่งเป็นลูกค้ายังอยู่ใต้น้ำ แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้หากหลุดออกนอกศาลาก็จะลอยน้ำไปที่อื่น เจ้าหน้าที่ลั่นขอหาจนเจอ 

ศาลาริมน้ำถล่ม จากกรณี ศาลาริมน้ำแม่กลอง ใกล้วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พังถล่มลงไปในแม่น้ำ ซึ่งศาลาหลังดังกล่าวมีร้านขายของ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 คน และยังคงสูญหายไปอีก 2 คน คือ นางสุรีย์ อุราชื่น เป็นแม่ค้าขายอาหาร และ น.ส.พรพิไล เสือเล็ก เป็นลูกค้าที่มาทานอาหาร เบื้องต้นพบว่าทั้ง 2 คนเสียชีวิตติดอยู่ในซากอาคารในน้ำ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 16 ก.ค. ภายหลังเจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหาร่างผู้สูญหาย โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานทั้งภาครัฐเอกชน 11 หน่วยงาน ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย นักประดาน้ำ 36 นาย แบ่งกำลังนักประดาน้ำเป็น 6 ชุด ชุดละ 2 นาย ใช้เวลาดำน้ำค้นหาผู้สูญหายชุดละประมาณ 15-20 นาที ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน โดยวางแผนการดำเนินงานกันลงสำรวจอาคารศาลาที่ถล่มลงในแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งโดยเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาเป็นช่วงน้ำขึ้นเต็มที่ จึงมีน้ำลึกประมาณ 8 เมตร เป็นอุปสรรคในการค้นหาอย่างมาก เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยว ประกอบกับใต้น้ำมืด และศาลาที่ถล่มมีซากปรักหักพังทำให้ยากต่อการสำรวจ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ลงสำรวจอาคาร จากนั้นนำทุ่นไปผูก เพื่อกำหนดพิกัดมุมของอาคาร ก่อนจะมาวางแผนลงค้นหาผู้สูญหายบนชายฝั่ง คาดว่าถูกอาคารทับเสียชีวิต หรืออาจจะลอยน้ำไปแล้วก็ได้ กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาพบศพ นางสุรีย์ อุราชื่น อายุ 37 ปี เป็นแม่ค้าขายน้ำดื่ม ถูกโครงสร้างอาคารทับ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครนยกโครงสร้างอาคารขึ้นอย่างระมัดระวัง จนถึงเวลา 23.50 น. จึงสามารถนำศพ นางสุรีย์ ขึ้นมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการค้นหาศพของ น.ส.พรพิไล เสือเล็ก อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นชาวสมุทรสงครามที่มาทานข้าวต่อไปในคืนนี้

สำหรับอาคารแห่งนี้คาดว่าสร้างเมื่อปี 2515 หรือ 47 ปีมาแล้ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางสุกานดา วรเชษฐบัญชา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบศาลาริมน้ำทั่วทั้งจังหวัด ขณะที่ศาลาอีกหลังที่อยู่ติดกันและไม่ได้พังลงน้ำได้สั่งห้ามใช้แล้วพร้อมกับนำเชือกมากั้นเขียนข้อความห้ามเข้าพื้นที่อันตราย อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2563 จังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณสร้างเขื่อน ซึ่งจะมีการรื้อศาลานี้แต่ก็มาเกิดเหตุเศร้าสลดเกิดขึ้นเสียก่อน

ส่วนผู้สูญหายอีก 1 ราย คือนางสาวพรพิไล เสือเล็ก เบื้องต้นทราบว่าก่อนเสียชีวิตนั่งรับประทานอาหารอยู่บริเวณกลางศาลา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะกำหนดพิกัดลงไปพิสูจน์ทราบต่อไป แต่อุปสรรคในการปฏิบัติงานก็คือน้ำไหลแรง และลึก อันตรายมาก แต่เจ้าหน้าที่ชุดประน้ำก็ยืนยันว่าจะค้นหาผู้สูญหายรายที่ 2 ต่อไปจนกว่าจะพบคาดว่าจะติดอยู่ซากปรักหักพังเช่นกัน แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้หากหลุดออกนอกศาลาก็จะลอยน้ำไปที่อื่น คาดว่าหากหาไม่เจอในที่เกิดเหตุ พรุ่งนี้ศพจะก็น่าลอยน้ำขึ้นมาให้เห็น

บทความก่อนหน้านี้อะพอลโล 11 : เปิดเส้นทางชีวิตของ นีล อาร์มสตรอง ก่อนขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์
บทความถัดไปรักแท้ 71 ปี สามีภรรยาตายในวันเดียวกัน ห่างกัน 12 ชั่วโมง