เปิดโฉมหน้าแก๊ง ปล้นทอง 85 ล้าน คาดนำไปหลอมขาย หาเงินหนุนขบวนการป่วนใต้

ปล้นทอง 85 ล้าน

เปิดโฉมหน้าแก๊ง ปล้นทอง 85 ล้าน ที่นาทวี คาดนำไปหลอมขายหาเงินหนุนขบวนการป่วนใต้ เผยมีหมายจับคดีความมั่นคงติดตัวเพียบ เตรียมออกหมายจับแล้ว

จากกรณีคนร้ายพร้อมอาวุธบุกปล้นร้านทอง “ห้างทองสุธาดา” ตั้งอยู่กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยก่อนที่คนร้ายจะทำการปล้นนั้น ได้ทำการจี้รถตู้โดยสารประจำทางเส้นทางหาดใหญ่-ปัตตานี จากพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อได้รถแล้วจึงนำรถตู้คันดังกล่าวไปทำการก่อเหตุปล้นร้านทองดังกล่าวขึ้น ซึ่งคนร้ายได้ปล้นทองรูปพรรณจนเกลี้ยงร้านและได้ทองไปหนัก 1 พันบาท มูลประมาณ 22 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ปล้นทอง 85 ล้าน / เมื่อวันที่ 28 สค. ที่สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ดำรัช วิริยะกุล รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี ร่วมกันวิเคราะห์เบาะแสลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายที่การลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มที่ผ่านมา จากเบาะแสมีความเข้าใจว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ แต่พบความพยายามก่อเหตุหวังเอาเงินภายในตู้

ซึ่งภายหลังรู้วิธีการระเบิดตู้เพื่อนำเงินในตู้ไปได้แล้ว จนกระทั่งมาปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี ดังกล่าว จึงวิเคราะห์ว่านำเงินไปสนับสนุนขบวนการ จากนั้นจึงร่วมกันแถลงข่าวคืบหน้าคดีคนร้ายปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลางตลาด อ.นาทวี จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ร่วมประชุมกับชุดสืบสวนสอบสวน จนรู้ตัวคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้

พล.ต.ท.รณศิลป์ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุชุดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนรู้ตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุแล้ว 2 คน และกำลังเตรียมที่จะออกหมายจับ คือ 1.นายแวอูเซ็ง ดือราเฮ็ง ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคง จำนวน 3 คดี ในพื้นที่จ.ปัตตานี ทั้งของ ปี 2561 จำนวน 2 หมาย และปี 2562 จำนวน 1 หมาย และ 2.นายไซฟูดดิน หะยีปูเต๊ะ มีหมายจับ ป.วิอาญาคดีความมั่นคง จำนวน 4 หมาย เป็นหมายจับของศาล จ.นาทวี เมื่อปี 2560 หมายจับศาล จ.สตูล เมื่อปี 2560 และหมายจับของศาล จ.ปัตตานี ปี 2561 และ2562

จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ พบหลักฐานชี้ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบ แต่กลับมาก่อเหตุจี้ปล้นร้านทอง จากการวิเคราะห์ได้มองปัจจัยหลายๆ เรื่อง เพราะเห็นจากหลายๆ คดีที่ผ่านมา สถิติพบการก่อเหตุ เช่น การวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม เป็นอีกคดีที่ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มขบวนการก่อเหตุ เพื่อหวังนำเงินและไปทำอะไร ซึ่งทางการข่าวต้องวิเคราะห์ รวมทั้งล่าสุดก่อเหตุปล้นร้านทองเช่นกัน ส่วนการติดตามทองที่ถูกปล้นไปว่าจะนำไปหลอมขาย แล้วนำเงินกลับมาสู่กลุ่มขบวนการ ซึ่งเป็นอีกเบาะแส

ในส่วนของรูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายในห้วงหลังที่ผ่านมา วิเคราะห์ว่าการก่อเหตุพัฒนารูปแบบเป็นการปล้นทรัพย์ เพื่อนำเงินสนับสนุนกลุ่มขบวนการหรือไม่นั้น ผบช.ภาค 9 ระบุว่า มีการวิเคราะห์รูปแบบการก่อเหตุเหมือนกันว่า ขบวนการต้องการนำเงินไปทำอะไรหรือไม่สามารถควบคุมกลุ่มบางกลุ่มได้แล้ว หรือผลจากการประกาศใช้ชุดจรยุทธควบคุมหมู่บ้านพื้นที่เป้าหมายของแม่ทัพภาค 4 ส่งผลให้กดดันกลุ่มแนวร่วมออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก จนทำรวมกลุ่มและไม่รู้ทำอะไร จึงชวนกันก่อเหตุปล้นขึ้นมา

ด้าน พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังฝ่ายตำรวจสืบสวนสอบสวนพบเบาะแสประเด็นสาเหตุของการปล้นร้านทอง ซึ่งมีกลุ่มขบวนการเข้าไปเกี่ยวข้องจะรปรับเปลี่ยนรูปแบบหาเงินสนับสนุนขบวนการหรือไม่นั้น ฝ่ายกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

จึงมีคำสั่งปรับรูปแบบกำลังพลเข้ามาร่วมทำงานประสานกับฝ่ายตำรวจ และปกครอง เพื่อดำเนินการเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย โดยเฉพาะ 4 อำเภอของ จ.สงขลา กลายเป็นพื้นที่หลบหนีและซ่องซุ่ม และพื้นที่เองก็ไม่มีกฎหมายบังคับใช้รับรอง จึงกลายเป็นแหล่งพังพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ ดังนั้น การปรับแผนจึงต้องดึงกำลังภาคประชาชนเข้ามาร่วมในการดูแลควบคุมพื้นที่ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้เฟี้ยว์ฟ้าว เผยชีวิตรัก-เกือบตกเป็นเมียน้อย ลั่น! ใครจะจีบต้องให้แม่ดูดวง
บทความถัดไปเจอคู่อริบนถนน! นร.16อาชีวะชักท่อนเหล็กพุ่งเข้าหาหวังเอาคืน โดนปืนสวนโป้ง