สธ. ฉีดวัคซีนแล้ว 5.1 ล้านโดส มีระบบติดตามอาการหลังฉีด รายรุนแรงและเสียชีวิตต้องสอบสวนโรค แจงมีรายงานดับ 27 ราย สรุปผลแล้ว 12 รายไม่เกี่ยวกับวัคซีน เป็นเหตุการณ์ร่วม เจอภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมากสุด 8 ราย ส่วนอีก 15 รายกำลังรอสอบสวนโรค

วันที่ 9 มิ.ย. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กล่าวว่า ศบค.ห่วงอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยกระทรวงสาธารณสุขมีการจัดการบริหารข้อมูล เฝ้าระวังบริเวณที่ฉีด 30 นาที และติดตามอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการฉีดวัคซีน 7 วัน 30 วัน

เบื้องต้น หากรับวัคซีนแล้วรู้สึกผิดปกติ สามารถส่งเรื่องให้ รพ.ที่เราไปฉีดวัคซีน หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในแต่ละจังหวัด จะมีคณะอนุกรรมการจังหวัด ซึ่งมีกรรมการผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาวิชาชีพทำการสอบสวนว่า อาการไม่พึงประสงค์มีอันตรายหรือไม่อย่างไร แต่ที่สำคัญคือประชาชนที่มีรายงานอาการไม่พึงประสงค์จะได้รับการดูแลโดยด่วน บางคนต้องกลับเข้า รพ.เพื่อรักษา และมีการชดเชยด้วย

“รายละเอียดคณะกรรมการแต่ละจังหวัดจะสอบสวนโรคพิจารณาเรื่องการชดเชยแยกตามความรุนแรง ทั้งเล็กน้อย หรือจนถึงมีการเสียชีวิต เน้นย้ำว่าประชาชนจะได้รับการดูแล มีระบบประกันการชดเชยให้ด้วย ต้องส่งเรื่อง รพ.ที่ฉีด และเน้นย้ำจุดฉีดทั้ง รพ.และจุดอื่น สำคัญคือการลงข้อมูลเพื่อติดตามจำนวนที่ฉีดแต่ละวัน และติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์เป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่รับวัคซีนด้วย จะมีการดูแลเฝ้าระวัง ทำให้ประชาชนปลอดภัยและมั่นใจการเข้ารับบริการฉีดวัคซีน” พญ.อภิสมัยกล่าว

ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า นับจากมีการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในวงกว้าง ทำให้มีโอกาสเจออาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะมีการรายงานภาพรวมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

โดยสรุปการจัดสรรวัคซีนโควิด 19 ให้หน่วยบริการตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 8 มิ.ย.2564 จัดสรรวัคซีนทั้งหมด 6,756,493 โดส เป็นซิโนแวคจำนวน 4,982,313 โดส และแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 1,774,180 โดส ส่วนวันที่ 8 มิ.ย. ฉีดวัคซีนโควิด 472,128 โดส นับตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ฉีดพร้อมกันทั่วประเทศรวมเป็น 888,975 โดส ขณะที่ตัวเลขสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 8 มิ.ย. รวม 5,107,069 โดส

“การฉีดจำนวนมากๆ ต้องติดตามเรื่องความปลอดภัย จึงมีระบบรายงานอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการฉีดวัคซีน บางครั้งมีการใช้คำว่าผลข้างเคียงหรือแพ้วัคซีน แต่ในทางวิชาการมีความหมายต่างกันและมีการแยกคำที่ชัดเจน เพราะมีการดูแลที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ระบบติดตามอาการไม่พึงประสงค์เก็บรวบรวมตั้งแต่อาการเล็กน้อยจนถึงอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต โดยอาการไม่รุนแรงและหายได้เองไม่ได้ติดตามเชิงลึก

แต่ถ้าเข้าข่ายข่ายอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตต้องดูรายละเอียดและสาเหตุ ซึ่งอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงอาจเป็นปฏิกิริยาของร่างกายซึ่งใช้คำว่า ผลข้างเคียง เพราะมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ซึ่งวัคซีนก็เป็นสิ่งแปลกปลอม แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เวลามีเชื้อโรคมาจะได้ไปต่อสู้เอาชนะ ช่วยลดความรุนแรง ลดการป่วย ลดเสียชีวิต และลดการแพร่กระจายเชื้อ” นพ.เฉวตสรรกล่าว

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า การเสียชีวิตภายหลังรับวัคซีนมีการรายงานเข้ามา 27 ราย ส่วนที่มีรายงานล่าสุดหญิงอายุ 46 ปี เป็นรายที่ 28 อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเป็นผลจากวัคซีนทั้งหมด เมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงต้องหาสาเหตุให้ชัดเจน ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาระดับเขต เพื่อสอบสวนสาเหตุ มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ ซึ่งต้องดูข้อมูลทั้งกระบวนการดูแลรักษา การส่งตรวจใน รพ. หรือการชันสูตรหลังเสียชีวิต ตัวอย่างของกรณี จ.ปทุมธานี ที่มีผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน แต่ตรวจชันสูตรแล้วพบการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับวัคซีน เป็นต้น

“การรายงานผู้เสียชีวิต 27 ราย มีการสรุปสาเหตุแล้ว 12 รายว่าไม่เกี่ยวกับวัคซีน ขอให้ประชาชนมั่นใจความปลอดภัยของวัคซีน เมื่อฉีดเป็นวงกว้าง จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่และหยุดการระบาดได้ในที่สุด” นพ.เฉวตสรรกล่าว

เมื่อถามว่าคนมีโรคประจำตัวอาจจะกังวลต่อการเข้ารับวัคซีนต้องเข้ารับการฉีดตามกำหนดหรือไม่ นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกือบทุกโรคสามารถฉีดวัคซีนโควิดได้ แต่วันที่ฉีดต้องมีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่อ่อนเพลีย ไม่มีอาการกำเริบของโรค หรือควบคุมโรคไม่ได้ ก็สามารถฉีดได้โดยไม่ต้องเลื่อนนัด โดยสามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมกับแพทย์ที่รักษาประจำได้

เมื่อถามถึงกรณีหญิงอายุ 46 ปีที่เสียชีวิตหลังรับวัคซีน มีอาการปวดหัวไมเกรนกินยาแล้ว ควรมีอาการขั้นไหนอย่างไรถึงรีบไปพบแพทย์เพื่อลดโอกาสเสียชีวิต นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ให้ใช้การประเมินอาการของตนเอง ถ้าปวดหัวเล็กน้อย กินยาพาราเซตามอลพักผ่อนก็ดีขึ้น แต่ถ้าไม่ดีขึ้นหรือปวดหัวรุนแรงตั้งแต่ต้น มีความกังวลว่าจะเป็นมาก สามารถติดต่อรพ.ได้เลยตั้งแต่แรก ไม่ต้องรอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลการแถลงข่าว พบว่า รายละเอียดผลการพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญกรณีเสียชีวิตภายหลังการรับวัคซีนโควิด 19 ข้อมูลตั้งแต่เริ่มฉีดจนถึงวันที่ 8 มิ.ย. มีรายงานผู้เสียชีวิต 27 ราย ได้รับการพิจารณาจากคณะผู้เชี่ยวชาญแล้ว 12 ราย ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนทั้งหมด โดยเป็นเหตุการณ์ร่วมที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือการฉีดวัคซีน ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 8 ราย ภาวะ Immune Thrombotic thrombocytopenic purpura 1 ราย ลิ่มเลือดอุดตันในปอด 1 ราย purulent meningitis 1 ราย และเลือดออกในช่องท้องจาก Intraabdominal aneurysm 1 ราย ส่วนที่เหลืออีก 15 รายอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคหรือรอผลการชันสูตรพลิกศพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน