เมียช็อก!รู้ข่าวผัวถูกยิงที่อิสราเอล เผยจำเป็นต้องไปทำงาน เสียสละให้ครอบครัวมีบ้าน เผยถึงไทยแล้วไม่แน่ใจว่า จะกลับบ้านเลยหรือไม่ ลั่นไม่อยากกลับไปอีก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่ชั้น 2 ฝั่งผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการต้อนรับแรงงานไทยที่จะเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบิน El Al เที่ยวบิน LY083 จากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ถึงไทยล็อตแรก กว่า 15 คน โดยบรรยากาศ มีทั้งญาติพี่น้อง และครอบครัวบางส่วน ของแรงงานไทย ต่างเดินทางมารอรับด้วยความดีใจที่คนในครอบครัว สามารถเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยได้ ท่ามกลางสมรภูมิรบที่อิสราเอล
น.ส.นันทวัน แซ่ลี้ ภรรยาของ นายสมมา แซ่จ๊ะ กล่าวว่า สามีของตนไปเป็นแรงงานไทยที่อิสราเอล 2 ปีแล้ว เนื่องจากครอบครัวมีรายได้น้อย ไม่พอใช้ สามีจึงเสียสละ ขอไปทำงานที่ต่างประเทศ แล้วส่งเงินมาให้ครอบครัว ซึ่งก็จะส่งเงินมาให้เดือนละ 30,000 – 50,000 บาท ซึ่งก็ทำให้ครอบครัวสร้างบ้านจนเสร็จ มีบ้านอยู่ โดยก่อนที่จะไปสามีก็ทราบดีว่าประเทศอิสราเอลค่อนข้างอันตราย แต่ไม่คิดว่าจะอันตรายขนาดนี้
“ในวันที่ 7 ต.ค.ช่วงเย็นเกิดเหตุปะทะรุนแรงขึ้น แล้วสามีก็บอกว่านายจ้างพาไปอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งพี่ชายของสามีโทรมาบอกว่า สามีถูกยิงที่ขา หนูก็ตกใจมาก เพราะกลัวว่าจะเป็นอะไรไป แต่พี่ชายบอกว่า สามีถูกยิงที่ขาซ้าย ขยับได้เล็กน้อย ก็รู้สึกเป็นห่วงสามีมาก แต่ก็ไม่สามารถติดต่อสามีได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณ วันนี้สามีกลับมาแล้ว ก็ไม่อยากให้กลับไปทำงานอีก หลังจากนี้จะเป็นคนดูแลสามีเอง ส่วนลูกก็เป็นห่วงพ่อมาก รอกลับบ้านทุกวัน” น.ส.นันทวัน กล่าว
น.ส.นันทวัน กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สามีกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะสามารถกลับบ้านได้เลยหรือไม่ เนื่องจากว่าสามีต้องไปตรวจร่างกายที่สถาบันบำราศนราดูร อาจจะต้องรักษาตัวให้หายดีก่อน จึงจะสามารถกลับบ้านได้
ด้าน แม่ของ นายสมมา แซ่จ๊ะ กล่าวสั้น ๆ ว่า ตอนนี้เป็นห่วงลูกชายมากและดีใจที่เราจะได้เจอกันแล้ว

