ศบ.ทก. จ่อปลดล็อกบินโดรนเกษตร หลัง 15 ส.ค. ย้ำต้องลงทะเบียนถูกต้อง-บินเฉพาะกลางวัน ซัด กัมพูชา ปล่อยเฟกนิวส์ช่วงประชุม GBC
เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 6 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงว่า มีเรื่องแจ้งให้ทราบ 4 เรื่อง 1.ที่ผ่านมาสถานการณ์โดยทั่วไปอยู่ในสภาพปกติ มีการเสริมที่มั่นทางทหารในพื้นที่บางส่วน แต่ไม่มีการเสริมกำลังทหารแต่อย่างใด
นอกจากนี้ที่ผ่านมาเราได้ตรวจพบการใช้โดรนเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ไทยเองยังคงประกาศไม่ให้มีการบินโดรนทุกชนิดทั้งประเทศ โดยฝ่ายความมั่นคงยังคงเข้มงวดในการสกัดกั้นและตรวจสอบ รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องด้วย โดยจะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 15 ส.ค.
นอกจากนี้ สถานการณ์บริเวณช่องอานม้าที่มีข่าวว่าทหารกัมพูชาพยายามตัดลวดหนามที่ทหารไทยวางไว้ตามขอบเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการกระทบกระทั่งใดๆ สถานการณ์อยู่ในภาวะปกติ และขณะนี้ฝ่ายไทยได้ดำเนินการวางลวดหนามชุดใหม่ทดแทนชุดเดิมที่ถูกตัดไปเรียบร้อย
2.การดำเนินการกับบุคคลที่ถูกจับกุมและเป็นคนต่างด้าว ขอยืนยันให้ประชาชนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเข้มงวดในการตรวจตรา และดำเนินการจับกุมต่อบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายต่อเนื่อง
ที่ผ่านมามีการจับกุมและดำเนินคดีไปบ้างแล้ว หลักการปฏิบัติคือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการปฏิบัติการเชิงรุกและตรวจค้นขยายผล โดยการสืบสวนสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับผู้ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือคนต่างด้าวแฝงตัวเข้ามา เพื่อเป็นข้อมูลด้านความมั่นคง
และมีการประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงต่างๆ โดยแจ้งเบาะแสรายละเอียดต่างๆ ให้ฝ่ายความมั่นคงรับทราบ เป็นลักษณะการแชร์ข้อมูล เพื่อเป็นการป้องกันป้องปรามในการที่จะใช้ข่าวหรือการรายงานข่าวบิดเบือนหรือที่จะมีผลด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ หากมีการตรวจสอบแล้วและฝ่ายความมั่นคงพิสูจน์ทราบแล้วไม่มีประเด็นใดๆ ที่น่าเป็นห่วงก็จะถูกผลักดันออกนอกประเทศ และขึ้นทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และหากตรวจพบว่าบุคคลนั้นเข้าเมืองผิดกฎหมาย แล้วมีการกระทำที่ผิดกฎหมายในด้านอื่นๆ ก็จะดำเนินการตามคดีข้อกฎหมายต่างๆ ของไทยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
3.ประเด็นการใช้โดรนที่ผ่านมาซึ่งมีการตรวจพบการใช้โดรนเพิ่มมากขึ้น ขอเน้นย้ำว่าประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้มีการบินโดรนทุกชนิดทั่วประเทศจนถึงวันที่ 15 ส.ค.68 ตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 30 ก.ค.68 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม วันนี้ในที่ประชุม ศบ.ทก. ได้พูดคุยเรื่องการผ่อนปรนสำหรับการบินโดรนเพื่อการเกษตรในบางพื้นที่ ภายหลังวันที่ 15 ส.ค.68 โดยเห็นพ้องว่าเกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้โดรนเพื่อการเกษตรและมีความเดือดร้อน
ซึ่งประเด็นสำคัญในการหารือ คือ โดรนเกษตรต่างๆ ที่จะทำการบินต้องผ่านการขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือผู้ควบคุมอากาศยาน และในการลงทะเบียนโดรนจะต้องลงอย่างถูกกฎหมายผ่านระบบ UAS Portal ของสำนักงานการบินพลเรือน
โดยการบินนั้นสามารถบินได้เฉพาะในเวลากลางวันตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ซึ่งการลงทะเบียนนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย จึงอยากแจ้งให้เกษตรรับทราบว่า เราได้มีการพูดคุยหารือกันในเรื่องการผ่อนปรนมาตรการบินโดรนเกษตร แต่ทั้งนี้ขอย้ำว่าต้องภายหลังวันที่ 15 ส.ค. จะมีการออกประกาศให้ประชาชนรับทราบต่อไป
และขอเน้นย้ำอีกเรื่องหนึ่ง คือ ปัจจุบันตามข้อกฎหมายผู้ที่ซื้อโดรนหรือ UVA (อากาศยานที่ไม่มีนักบินควบคุม) มีหน้าที่ลงทะเบียน ณ จุดขายคล้ายกับการซื้อซิมโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเรายังคงดำเนินการมาตรการนี้ต่อเนื่อง
4.ในเวทีประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ความคืบหน้าเมื่อคืนวันที่ 5 ส.ค. คณะเลขานุการของทั้งสองฝ่ายได้ประชุมเจรจากันถึงเวลา 00.15 น.ของเช้าวันที่ 6 ส.ค. เนื่องจากฝ่ายเลขานุการกัมพูชาไม่สามารถตัดสินใจได้ในบางหัวข้อ ต้องส่งเรื่องต่างๆ นี้กลับไปให้ทางกรุงพนมเปญพิจารณาก่อน จนทำให้เกิดความล่าช้าในการตกลงใจ
จนกระทั่งเมื่อเช้าวันที่ 6 ส.ค. ข่าวดี 2 ฝ่ายสามารถสรุปข้อตกลงได้ และปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ประธานทั้ง 2 ฝ่ายพิจารณา ตนเน้นย้ำว่าเป็นข้อตกลงของฝ่ายเลขานุการร่วม 2 ฝ่าย ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้ายของการประชุมนี้
โดยฝ่ายไทยจะนำเรื่องที่เป็นข้อสรุปข้อตกลงกับฝ่ายกัมพูชามาให้ทางประธานไปพิจารณา ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ช่วงบ่ายวันที่ 6 ส.ค. ซึ่งการประชุมนี้จะเป็นการประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) วาระพิเศษด้วย เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป
ก่อนที่ประธานฝ่ายไทยจะเดินทางไปประชุม GBC วันที่ 7 ส.ค. ที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นการบ่งบอกให้เห็นถึงระเบียบและกลไกต่างๆ ของการทำงานของเราว่า การตัดสินใจหรือตกลงใจจะต้องผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไรบ้าง คือผ่านสมช.และครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อนนำไปหารือในเวที GBC วันที่ 7 ส.ค.
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาอยากแจ้งข่าวดีของไทย ทางรมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ติดต่อโดยตรงไปยังคณะเลขานุการ GBC ฝ่ายไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าในการเจรจา พร้อมส่งกำลังใจและชื่นชมการทำงานอย่างหนักถึงวินาทีสุดท้ายของทีมไทยแลนด์ของเรา ขอให้ประสบความสำเร็จในการเจรจาเพื่อบรรลุและปกป้องผลประโยชน์ของไทย
โดยเรื่องนี้ทางทีมโฆษก ศบ.ทก. จะเดินทางไปมาเลเซียเพื่อร่วมประชุม GBC และจะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป
ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. กองทัพบกและกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชาที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัว 18 นาย
ขอย้ำว่าเป็นข้อริเริ่มของฝ่ายไทยเอง เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม และหลักปฎิบัติของ ICRC อย่างครบถ้วนและเคร่งครัด
สำหรับขั้นตอนต่อไป กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการเชิงรุกเพื่อประสานงานกับสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย และสำนักงานใหญ่ของ ICRC ที่นครเจนีวาอย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมให้ความร่วมมือในการชี้แจงเพิ่มเติม เกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องต่างๆ ของฝ่ายไทย
สำหรับการจัดประชุมออนไลน์กับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก ในวันที่ 7 ส.ค. นั้น จะเน้นยํ้าการดำเนินการเชิงรุกในการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์และพิสูจน์ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลและสื่อมวลชนต่างประเทศ ตลอดจนประชาคมโลกเข้าใจผิด จากการบิดเบือนข้อมูลเท็จของฝ่ายกัมพูชาที่มีออกมาอย่างแพร่หลายมากจนถึงปัจจุบัน
ยํ้าว่าหลักการของไทยคือยุติความขัดแย้งโดยสันติวิธี และกลับสู่การเจราจากับฝ่ายกัมพูชา ด้วยความจริงใจและความสุจริตใจ
นางมาระตี กล่าวด้วยว่า อาจรู้สึกว่าช่วงเวลานี้การเผยแพร่ข่าวปลอมจากฝ่ายกัมพูชา และการใส่ร้ายฝ่ายไทย ถึงขั้นมีการแต่งนิยาย มีความถี่เป็นพิเศษ ในช่วงระหว่างการเจรจาตามกรอบจีบีซี
ขอย้ำว่าฝ่ายไทยเชื่อมั่นในการรักษาบรรยากาศที่ดี โดยไม่ใส่ร้ายอีกฝ่าย เป็นส่วนสำคัญในการลดความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว บรรยากาศที่จะเอื้อต่อการประชุมจีบีซีนั้นมีความสำคัญมาก ซึ่งจะยกระดับเป็นการหารือระดับ รมว.กลาโหมของทั้ง 2 ประเทศ จึงขอให้ทีมเจรจาประสบความสำเร็จในภารกิจนี้