ศบค.เผย กทม.ยอดติดเชื้อ-เสียชีวิตสูงสุด แนวโน้มหลายจังหวัดติดเชื้อลดลง ต่ำกว่า 20 รายมีเพิ่มถึง 17 จังหวัด ติดเชื้อเกินร้อยรายลดลงเหลือ 31 จังหวัด
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ศูนย์บริหารสถาการณ์โควิด 19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โควิด 19 ประจำวัน ว่า วันนี้ประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 15,452 ราย สะสม 1,280,534 ราย หายป่วย 18,257 ราย สูงกว่าติดเชื้อใหม่ หายสะสม 1,115,574 ราย เสียชีวิต 224 ราย สะสม 12,855 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 152,105 ราย อยู่ใน รพ. 44,335 ราย รพ.สนามและอื่นๆ 107,770 ราย มีอาการหนัก 4,682 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,008 ราย
ภาพรวมผู้ติดเชื้อวันนี้มาจาก 67 จังหวัดรวมกันสูงสุด 7,500 ราย กทม.และปริมณฑล 6,557 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 899 ราย เรือนจำ 468 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศมี 28 ราย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อะงกฤษ อิสราเอล ประเทศละ 1 ราย กัมพูชา 9 ราย มาเลเวีย 15 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติทั้งหมด และเมียนมา 1 ราย เข้ามาช่องทางธรรมชาติ
ผู้เสียชีวิต 224 ราย มาจาก 37 จังหวัด ได้แก่ กทม. 35 ราย, ฉะเชิงเทรา 30 ราย, ปทุมธานี 22 ราย, ชลบุรี 20 ราย, สมุทรสาคร 15 ราย, สมุทรปราการ 12 ราย, ตาก 11 ราย, สระบุรี พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 9 ราย, สุพรรณบุรี 6 ราย, ปัตตานี 5 ราย, กาญจนบุรี ลพบุรี จังหวัดละ 4 ราย, ขอนแก่น อุบลราชธานี ยะลา ตรัง ชุมพร อ่างทอง จังหวัดละ 3 ราย, นครปฐม กำแพงเพชร พิษณุโลก สงขลา ระนอง สระแก้ว จังหวัดละ 2 ราย และ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ เลย สุรินทร์ อุตรดิตถ์ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครนายก ตราด ราชบุรี สมุทรสงคราม และระยอง จังหวัดละ 1 ราย
ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 125 ราย หญิง 99 ราย อายุ 26- 94 ปี ค่ากลางอายุ 60 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 171 ราย คิดเป็น 76% อายุต่ำกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 36 ราย คิดเป็น 16% รวม 2 กลุ่มนี้สูง 92% อายุน้อยกว่า 60 ปีไม่มีโรคเรื้อรัง 17 ราย คิดเป็น 8% พบเสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย ที่ฉะเชิงเทรา
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวหรือปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรค อาทิ ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคหัวใจ เป็นต้น ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ยังคงติดจากคนในครอบครัว เพื่อน คนในชุมชน อาชีพเสี่ยง การเข้าไปสถานที่แออัด ไปพื้นที่ระบาด เป็นต้น ส่วนผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 28 ราย แบ่งเป็น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อิสราเอลและเมียนมา อย่างละ 1 ราย กัมพูชา 9 ราย มาเลเซีย 15 ราย
สำหรับ 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 3,906 ราย สะสม 297,773 ราย 2.สมุทรปราการ 988 ราย สะสม 86,216 ราย 3.ชลบุรี 9385 ราย สะสม 66,900 ราย 4.สมุทรสาคร 843 ราย สะสม 78,380 ราย 5.ราชบุรี 741 ราย สะสม 19,851 ราย 6.นนทบุรี 426 ราย สะสม 45,700 ราย 7.ระยอง 402 ราย สะสม 19,977 ราย 8.พระนครศรีอยุธยา 354 ราย สะสม 21,932 ราย 9.ยะลา 353 ราย สะสม 13,006 ราย และ 10.ฉะเชิงเทรา 348 ราย สะสม 24,804 ราย
ติดเชื้อระดับ 200 ราย มี 8 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา 274 ราย, นครปฐม 256 ราย, สระบุรี 252 ราย, ภูเก็ต 240 ราย, ขอนแก่น 236 ราย, ปราจีนบุรี 234 ราย, สงลา 227 ราย และกาญจนบุรี 206 ราย
ติดเชื้อระดับ 100 ราย มี 13 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 179 ราย, ปัตตานี 176 ราย, ตาก 174 ราย, นครศรีธรรมราช 163 ราย, ลพบุรี 156 ราย, สุรินทร์ 150 ราย, ชุมพร 149 ราย, สระแก้ว 144 ราย, นราธิวาส 143 ราย, ปทุมธานี 138 ราย, เพชรบูรณ์ 136 ราย, ระนอง 135 ราย และจันทบุรี 124 ราย
สำหรับจังหวัดที่มีการติดเชื้อน้อยกว่า 20 ราย มี 17 จังหวัด ได้แก่ นครพนม 19 ราย, พะเยา 18 ราย, สิงห์บุรี 16 ราย, มุกดาหาร 16 ราย, หนองบัวลำภู 15 ราย, อุทัยธานี 13 ราย, เลย 12 ราย, น่าน 12 ราย, ชัยนาท 11 ราย, พิจิตร 11 ราย, แพร่ 7 ราย, ลำปาง 6 ราย, ลำพูน 4 ราย, พังงา 4 ราย, บึงกาฬ 3 ราย, แม่ฮ่องสอน 2 ราย และอำนาจเจริญ 1 ราย
สรุปผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 4 กันยายน จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น จำนวน 369,512 โดส จำแนกเป็น เข็มที่ 1 ฉีดเพิ่มขึ้น จำนวน 186,888 โดส สะสม 25,104,942 ราย เข็มที่ 2 ฉีดเพิ่มขึ้น จำนวน 180,529 โดส สะสม 9,879,371 ราย เข็มที่ 3 ฉีดเพิ่มขึ้น จำนวน 2,095 โดส สะสม 603,363 ราย
สรุปการให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อวันที่ 4 กันยายน จำนวน 13,661 โดส ยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่ 24 พฤษภาคมถึง 4 กันยายน จำนวน 1,542,317 โดส ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป สะสม 305,546 โดส วัคซีนคงเหลือแอสตร้าเซนเนก้า 1,578 ขวด ซิโนแวค 9,424 โดส


