ปปส. – UNODC แฉกลยุทธ์องค์กรอาชญากรรม ใช้เคมีภัณฑ์ผลิตยาเสพติดลุ่มแม่น้ำโขง ‘สมศักดิ์’ โชว์ผลงานความร่วมมือ จับยึดเฮโรอีน ล็อตใหญ่ 214 กก. มูลค่า 1,070 ล้านบาท
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก.พ. 64 ที่ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ อาคาร 2 ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานลักลอบค้าสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อประโยชน์การปราบปรามสารตั้งต้นและยาเสพติดลุ่มแม่น้ำโขง และ UNODC ยังสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ยาเสพติดโดยใช้เทคนิค RamanSpectroscopy แบบพกพาแก่ สำนักงาน ป.ป.ส.
โดยมีนายวิชัยไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ(UNODC) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ตำรวจ – ศุลกากรจากนานาชาติ อาทิญี่ปุ่น เยอรมัน นิวซีแลนด์ แคนาดา เกาหลีใต้ อเมริกา ออสเตรเลีย และสหภาพยุโรป เข้าร่วมงาน
- อ่าน เริ่มจากจับยาบ้า 2 เม็ด ขยายผลสำเร็จ นำไปสู่ขบวนการ ค้ายารายใหญ่
- อ่าน ย้อนนาทีจับยานรก2คดี ตร.โคราชดวลสนั่นถนน อีกรายอ้างโควิดทำเจ๊ง!
- อ่าน ปูนบำเหน็จ ‘ผู้กองใจเด็ด’ พลีชีพเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชน ขณะล้อมจับยาเสพติด
นายสมศักดิ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาตนได้เข้าร่วมการประชุมกับรัฐมนตรีของ 6 ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และได้ประกาศ “ปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ1511” ที่มุ่งเน้นการยกระดับการป้องกันและสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ โดยปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านมา สามารถจับยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 67 และสามารถทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มการจับกุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มนี้ เป็นข้อบ่งชี้ที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดในปัจจุบันมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือเปลี่ยนจาก “ยาเสพติดจากพืชเป็นยาเสพติดประเภทสังเคราะห์” หรือการใช้สารเคมีที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมในระบบระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น UNODC จึงศึกษาวิจัยแนวทางการกำกับดูแลและควบคุมสารตั้งต้น (pre-precursor) และเคมีภัณฑ์ (essential chemicals) อาทิ Phenyl-2-Propanone, คาเฟอีน, Propionyl chloride เป็นต้น ในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา จีน ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนามและจัดทำเป็นรายงานลักลอบค้าสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ภายในมีเนื้อหาการวิเคราะห์แนวโน้มการควบคุมการลักลอบ
กรณีศึกษาเรื่องช่องโหว่ของกฎหมายของการค้าเคมีภัณฑ์ และแนวโน้มกฎหมายการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ โดยมีสำนักงาน ป.ป.ส.ร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดการเปิดตัวรายงานดังกล่าว เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องตลอดจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้ UNODC ยังจะให้การสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ยาเสพติดสารตั้งต้น และสารเพิ่มปริมาณ (cuttingagent) ต้องสงสัยโดยใช้เทคนิค RamanSpectroscopy (รามัน สเปคโตรสโคปี : เทคนิคการวัดค่า การกระเจิงแสงที่ต่างกันของยาเสพติด) แบบพกพาแก่สำนักงาน ป.ป.ส.
เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจวิเคราะห์หาสารเสพติดเบื้องต้นและสารที่อยู่ภายใต้การควบคุม (controlled substances) หลายชนิดได้อย่างปลอดภัย แม่นยำและรวดเร็วกว่าการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธี Color test (วิธีเดิม) โดยในสหรัฐอเมริกา ถือว่าผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดเบื้องต้นด้วยวิธีดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลักฐานประกอบการพิจารณาคดีในชั้นศาลได้ ปัจจุบันเครื่องตรวจวิเคราะห์ยาเสพติดแบบพกพาถูกยังใช้ในการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นอังกฤษ เป็นต้น
นายสมศักดิ์ ยังแถลงการจับกุมนายธีรพงษ์ เหล็กเพชร อายุ 21 ปี ที่บ้านพักที่จ.สระบุรี เมื่อช่วงสายวันนี้ ภายหลังตรวจยึดเฮโรอีน น้ำหนัก 214 กิโลกรัม ที่เป็นผลงานความร่วมมือในการสืบสวนของ สำนักงาน ป.ป.ส. บช.ปส. ศุลกากร ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย (ศรภ.) และกองทัพเรือ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้โครงการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ พื้นที่ท่าเรือสากล (Seaport Interdiction Task Force : SITF) ที่ร่วมกันสืบสวน
จนทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านทางเรือไปยังประเทศจีนและไต้หวัน กระทั่งพบผู้ต้องสงสัยทราบชื่อต่อมานายธีรพงษ์ ขับรถกระบะนำกล่องพัสดุไปรษณีย์ขนาดใหญ่ จำนวน 25 กล่อง มาส่งที่บริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่ง ย่านจ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมส่งออกนอกประเทศ จึงตรวจสอบพัสดุดังกล่าวด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ พบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายในกรอบรูป
เมื่อนำมาตรวจสอบพบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักประมาณ 214 กิโลกรัม ซึ่งถ้าเฮโรอีนดังกล่าวถูกส่งไปยังประเทศปลายทางจะมีมูลค่า 1,070 ล้านบาท และจากการตรวจสอบบุคคลในเครือข่ายดังกล่าว พบมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดระหว่างประเทศรายสำคัญ
ทั้งนี้เบื้องต้นมีผู้ร่วมขบวนการ รวม 4 คน ขนยาเฮโรฮีนจากสามเหลี่ยมทองคำ เข้ามาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลักลอบขนยามาซุกที่โกดังแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ และอำพรางซุกยาใส่กรอบรูป ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. จะทำการสืบสวนขยายผลนำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษ และทำการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทั้งหมดต่อไป
กรณีการจับกุมเฮโรอีนครั้งนี้ เป็นความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวรวมถึงองค์ความรู้ ระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่รัฐบาล ให้ความสำคัญ จนนำไปสู่การจับผู้กระทำความผิดและเฮโรอีนได้จำนวนมากจึงขอขอบคุณทุกหน่วยงาน/องค์กรมาในโอกาสนี้
ขอขอบคุณและชื่นชม UNODC และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในความร่วมมือที่มีให้ต่อกันระหว่างหน่วยงานทั้งสอง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนางานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและร่วมกันการป้องกันการลักลอบค้าสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่อไป
และได้ขอบคุณผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ประจำประเทศไทยที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ สำนักงาน ป.ป.ส. และ UNODC มาอย่างต่อเนื่อง หากพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง
- อ่าน มาเลย์จับยาอี 3 ตัน “ล็อตใหญ่สุด” ของประเทศ มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท
- อ่าน สาวท้อง ร้อง ตร.บุกค้นบ้านตอนดึก อ้างมาจับยา เอาเงินค่าฝากครรภ์ไปเฉย ซ้ำโทรรีดเงินเคลียร์คดี