กองปราบ ขยายผลคดี “ตี่ลี่ฮวงจุ้ย” ทลายเครือข่าย SBOBET เฟส 2 จับ 4 ผู้ต้องหา พบเงินหมุนเวียน 45 ล้าน ยึดทรัพย์อีกนับสิบรายการ มูลค่า 17 ล้าน
วันที่ 26 ก.ย.2568 พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.นัฐพล ทะเลน้อย สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมน.ส.ฐิตารัตน์ อายุ 56 ปี น.ส.ณัฐนันท์ อายุ 34 ปี นายณัฐชนน ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 5399-5401/2568 ลง 17 ก.ย.2568 ข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์,สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และ น.ส.ภัทรานิษฐ์ อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5397/2568 ข้อหา ฟอกเงิน
พร้อมตรวจยึดเงินสด 1 ล้านบาท เงินต่างประเทศ สกุลเงินเยน 18,000 เยน สมุดบัญชีธนาคาร 18 เล่ม เครื่องมือสื่อสาร 10 เครื่อง รถยนต์ 5 คัน โฉนดที่ดิน 9 แปลง ตุ๊กตาสะสม (แบร์บริค) 18 ตัว กระเป๋าแบรนด์เนม 44 ใบ พระเครื่องและทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ กว่า 30 รายการ รวมมูลค่า 17 ล้านบาท
คดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบฯ เข้าจับกุมนายธนะพัฒน์ (สงวนนามสกุล) ได้ที่บ้านพัก แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ อันเป็นผลมาจากการจับกุมนายธนวันด์ (สงวนนามสกุล) หรือหมอดู “ตี่ลี่ฮวงจุ้ย” คดีผู้เสียหายแจ้งความถูกหลอกลวงอวัตถุมงคลอ้างเสริมดวงและแก้เคล็ดเเต่ไม่ได้มีการจัดส่งจริง ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นๆ ถูกหลอกลวงในพฤติกรรมเดียวกันรวมทั้งสิ้น 117 ราย ความเสียหายกว่า 130 ล้านบาท
โดยพบด้วยว่านายธนวันด์ นำเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงมาเล่นพนันออนไลน์กับนายธนะพัฒน์ จนกระทั่งมีการเข้าจับกุมดังกล่าว ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตรวจยึดหลักฐานเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งพบข้อมูลสำคัญคือข้อมูลการสนทนาเกี่ยวกับธุรกรรมการเงิน การบริหารจัดการเว็บพนันออนไลน์ โดยใช้บัญชี LINE ชื่อ “888”
รวมถึงพบการใช้บัญชีธนาคารของ น.ส.นันทัชพร (ผู้ต้องหาที่ 4) ที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ และยังมีการถ่ายเทหรือถอนเงินเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน ข้อมูลการเข้าใช้งานระบบเอเย่นต์ หรือนายหน้า เว็บพนันปรากฏในโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดมาได้อีกด้วย
จากหลักฐานชี้ให้เห็นว่านายธนะพัฒน์ มีบทบาทเป็นผู้จัดให้มีการเล่น และเป็นผู้รับผลประโยชน์ในฐานะตัวแทนของเว็บไซต์ พนันออนไลน์ หลังจากตรวจสอบบัญชีที่รับเงิน พบผู้ที่น่าเชื่อว่ารับผลประโยชน์ และร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติม โดยมีเงินหมุนเวียนถึง 45 ล้านบาท ก่อนเข้าจับกุม จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดี และตามจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 รายที่ยังหลบหนีต่อไป


