กรมการข้าว ชี้ ข้าวราคาดิ่ง 5,000 บาท/ตัน ต่ำสุดเกือบรอบ 20 ปี เสี่ยงหล่นถึง 3,000 บาท/ตัน เร่งตั้งทีมวิจัยเร่งลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิตช่วยชาวนา
วันที่ 16 พ.ย. 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดี กรมการข้าว เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้ากรมการข้าว หารือกับสมาคมชาวนา สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าว นักวิชการการและสตาร์ทอัพ เพื่อร่วมแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ในภาวะที่ราคาข้าวตกต่ำเหลือประมาณ 5,000 บาท/ตัน ถือเป็นราคาที่ตกต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี และมีโอกาสที่ราคาข้าวไทยอาจตกต่ำไปถึง 3,000 – 4,000 บาท/ตัน หรือ ชาวนาอาจต้องปลูกข้าวเพื่อบริโภคเท่านั้น ไม่สามารถขายได้ หากชาวนาไม่ปรับตัว
ทั้งนี้ข้าวขาวที่ราคาตกต่ำลง เป็นข้าวที่นิยมปลูกมากในภาคกลาง เป็นตลาดเดียวกับคู่แข่งอย่างอินเดีย หากไทยยังปลูกข้าวที่คู่แข่งมีความแข็งแรง มีการเพาะปลูกจำนวนมาก ขณะที่ต้นทุนไทยยังสูงกว่า ชาวนาก็ต้องรับความเสี่ยงในเรื่องของราคาข้าวตกต่ำต่อไป จากนี้ชาวนาต้องปรับตัวหันปลูกข้าพรีเมี่ยมที่อย่างข้าวหอมมะลี หรือ ข้าวคาร์บอนต่ำ ที่หลายประเทศ อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้ เป็นต้น มีความต้องการ หากไทยผลิตได้พร้อมรับซื้อในราคาสูงกว่าข้าวอื่นๆ
” ข้าวราคาตกต่ำส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว ที่ประเทศอินเดียปลูก ส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลง ทุกครั้งที่ผลผลิตข้าวของอินเดียเข้าสู่ตลาด ดังนั้นหลังหารือกรมการข้าว ได้จัดตั้ง “ทีมทำงานวิจัยร่วม” ประกอบด้วย นักวิชาการและนักวิจัยภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และ เครือข่ายเกษตรกรและผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวผลผลิตสูง ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับศักยภาพข้าวไทยสู่ตลาดโลก ”
นายอานนท์ กล่าวว่า พันธุ์ข้าวในประเทศไทยมีมากกว่าหมื่นสายพันธุ์ แต่ที่เป็นพัธุ์ของกรมการข้าวมีประมาณ 200-300 สายพันธุ์ แต่ที่ตลาดนิยมบริโภคทั้งในและต่างประเทศมีประมาณ 20 พันธุ์ ในระยะสั้นต้องเร่งลดต้นทุน โดยเฉพาะลดการใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งมีสัดส่วน 30% ของราคาต้นทุนการทำนา และกรมข้าวจะทำให้ชาวนาเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดีที่ปกติราคา 20-25 บาทต่อกิโลกรัม(ก.ก.) เบื้องต้นกรมการข้าว เตรียมเมล็ดพันธุ์กว่า 40,000- 50,000 หมื่นตัน ออกมาขายราคาถูก 3-5 บาท/ก.ก
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ปัญหาของชาวนาไม่ได้อยู่ที่พันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงต้นทุนที่สูง โดยเฉพาะค่าปุ๋ยและค่ายา เป็นภาระหนักขึ้นทุกปี ขณะที่ราคาข้าวเปลือกปัจจุบันอยู่ที่ 4–5 บาท/ก.ก. หรือ 4,000–5,000 บาท/ตัน แต่ต้นทุนผลิตอยู่ที่ 5,500–6,000 บาท/ตัน ทำให้ชาวนาหลายรายเสี่ยงไม่มีรายได้เพียงพอชำระหนี้ในฤดูกาลนี้ และขอให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่
ทั้งนี้ไทยจำเป็นต้องมีพันธุ์ข้าวใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยคุณลักษณะที่ต้องการคือ ผลผลิต 1,200–1,300 กิโลกรัมต่อไร่, ต้านทานโรคและแมลง ใช้ปุ๋ยน้อยแต่ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดี ให้จำนวนเมล็ดต่อรวงสูง และสามารถพัฒนา–รับรองพันธุ์ได้ภายใน 1–2 ปี เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงพันธุ์ใหม่อย่างรวดเร็ว
นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า พันธุ์ข้าวไทยในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านผลผลิตและต้นทุนได้เพียงพอ จึงต้องการให้เกิดความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างรัฐ เอกชน นักวิชาการ และชาวนา เพื่อผลักดันงานวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ให้เกิดผลจริงในพื้นที่