ศูนย์วิจัยกสิกร ผวาน้ำมันพุ่ง130เหรียญ ฉุดจีดีพีทรุดเหลือ 0.3%-ชี้ไทยขาดดุลพลังงานมากสุดในเอเชีย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปี2569มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าเป้าคาดการณ์เดิมที่ 1.9% เนื่องจากผลกระทบราคาน้ำมันที่พุงสูงขึ้นจากปัญหาสงครามตะวันออกกลาง โดยเบื้องต้นได้คาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้ออกเป็น 2 กรณี
1. กรณีความขัดแย้งยืดเยื้อ ราคาน้ำมันยืนเหนือ 100เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเป็นเวลา 3 เดือน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.9% คาดว่าจีดีพีจะเติบโตลดลงเหลือ1.2% และ2.กรณีความขัดแย้งลกยาว ราคาน้ำมันยืนเหนือ 130 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเป็นเวลา 3 เดือน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 5.5% คาดว่าจีดีพีจะโตลดลงเหลือ 0.3%
เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและปุ๋ยจากตะวันออกกลางในระดับสูง โดยน้ำมันดิบและปุ๋ยเป็นสินค้านำเข้าสำคัญอันดับ1และอันดับ5ของไทย โดยไทยเป็นประเทศที่ขาดดุลการค้าพลังงานมากที่สุดในเอเชีย ทำให้มีความเปราะบางสูงต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก
ราคาน้ำมันที่สูงทำให้อัตราเงินเฟ้อปี 2569เข้าใกล้กรอบ1–3% จากประมาณการเดิมที่ 0.4% โดยธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ตลอดปี ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
“ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มต่อเนื่อง กดดันต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางข้อจำกัดของนโยบายการคลัง โดยดีเซลที่เพิ่มขึ้นทุก1 บาท/ลิตรจะกระทบทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น3% และความตรึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การส่งออกปีนี้โตต่ำกว่า 1% ท่ามกลางการค้าโลกที่ชะลอตัวและค่าระวางเรือที่สูง และเส้นทางการค้างที่ถูกปิดกระทบการส่งออกไทยไปตะวันออกกลางประมาณ 3–4% และยังเสี่ยงไปยังตลาดยุโรปด้วย”
นอกจากนี้ภาคท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบ เพราะเที่ยวบินขาเข้าไทยถูกยกเลิก1,000 เที่ยว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรป สหรัฐฯ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ลดลงกว่า 20% ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมี.ค. 2026