สศค. เผย ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ประจำเดือนเม.ย.2569 ส่งสัญญาณขยายตัวชะลอลงทุกภูมิภาค จากแรงกดดันราคาพลังงาน-ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ประจำเดือนเม.ย.2569 ส่งสัญญาณการขยายตัวที่ชะลอลงในทุกภูมิภาค จากแรงกดดันของราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น
โดยภูมิภาคที่ยังขยายตัว อาทิ ภาคตะวันออกและภาคเหนือ มีแรงหนุนจากการท่องเที่ยว และจากภาคอุตสาหกรรมตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และภาคเกษตรกรรมซึ่งมีอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 66.0 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ดี มีปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการ ตามนโยบายการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และภาคเกษตรตามปริมาณความต้องการสินค้าเกษตรที่ยังคงอยู่ในระดับดี
สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ยังคงส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 66.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของภาคบริการและภาคเกษตรกรรมเป็นสำคัญ
ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 65.8 สะท้อนความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ เนื่องจากการสนับสนุนจากมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางของภาครัฐ การเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว และสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเดินทาง
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 60.6 สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่า
จะขยายตัว โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการสนับสนุนของภาครัฐและเอกชนต่อการฟื้นตัวของพื้นที่อุทกภัยหาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคำสั่งซื้อจากประเทศคู่ค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มและยางพาราแปรรูปที่ขยายตัว
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 59.5 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรกรรม จากการเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ทำให้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด และภาคบริการจากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด เช่น ชัยภูมิ ยโสธร บุรีรัมย์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 56.2 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการลงทุน ตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนและส่งเสริมผู้ประกอบการของภาครัฐ
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 52.9 ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการจ้างงาน ที่คาดว่ายังขยายตัวได้
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 48.6 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ โดยมีแรงกดดันจากต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้นตามราคาปุ๋ยเคมี และความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน
นายวินิจ กล่าวว่า แม้ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคในหลายภูมิภาคจะยังสามารถขยายตัวได้สะท้อนจากการรักษาระดับอยู่เหนือเกณฑ์ 50.0 แต่ก็ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าในทุกภูมิภาค
ทั้งนี้ สะท้อนถึงแรงกดดันจากปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการผลิตและการเพาะปลูกในระยะถัดไป
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อประเมินผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะข้างหน้าอย่างใกล้ชิด