BBGI แจ้งผลการดำเนินงาน ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 265 ล้านบาท ขยายตัวถึง 106% สะท้อนการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ บริหารความเสี่ยงฝ่าต้นทุนพลังงานสูง
นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 265 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 106% และโตจากไตรมาสก่อน 164% สะท้อนความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจด้วยการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และบริหารความเสี่ยงฝ่ากระแสต้นทุนพลังงานสูง
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นทั้งในธุรกิจไบโอดีเซลและเอทานอล โดยผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 94.88 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9% และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 13%
ขณะที่เอทานอลมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 68.40 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3% และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินงานที่สอดรับกับความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเติบโตดังกล่าวเกิดจากการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Operational Excellence ที่ BBGI ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยในธุรกิจไบโอดีเซล มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ควบคุมคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะการบริหารจัดการ Oil loss เพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบ
ควบคู่กับการต่อยอดมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์พลอยได้ เช่น Refined Glycerin ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร ขณะที่ธุรกิจเอทานอล มุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) การเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต (Yield Improvement) และการลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต
พร้อมทั้งบริหารต้นทุนและความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ ผ่านการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ (Sourcing) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและคัดเลือกต้นทุนที่เหมาะสม อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและรองรับความผันผวนของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม นโยบายภาครัฐยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ส่งผลให้ความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสม
ในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 และขยายสู่ B20 รวมถึงการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ในกลุ่ม E20 และ E85 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป
ทั้งนี้ แม้ในช่วงครึ่งหลังของไตรมาส 1/2569 ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเข้ามามีบทบาททำให้ต้นทุนการพลังงานรวมถึงปัจจัยการผลิตมีการปรับตัวสูงขึ้นและเสี่ยงที่จะขาดแคลน แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงสะท้อนถึงความสามารถในการรักษาเสถียรภาพการผลิต การปรับตัวและบริหารจัดการความผันผวนของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้น ท่ามกลางความท้าทาย และความผันผวนของกลไกราคา เป็นผลจากการที่บริษัทยึดมั่นในกลยุทธ์ Operational Excellence อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ และรองรับทั้งการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมถึงโอกาสใหม่ๆ ของพลังงานทดแทนที่จะเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากนโยบายด้านพลังงานของประเทศไทย”
บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนา เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินธุรกิจพลังงานชีวภาพ เพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลประกอบการและความรับผิดชอบต่อสังคม