นายกฯ ตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงสร้างค่าไฟ ลุยแก้ปัญหา “ค่าความพร้อมจ่าย-ค่าพลังงานไฟฟ้า” รอบด้าน ยึดประโยชน์ประชาชน ไม่ทำลายแรงจูงใจลงทุนระบบไฟฟ้าประเทศ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาราคาไฟฟ้าในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะประเด็นต้นทุนจากสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญทั้งค่าความพร้อมจ่าย หรือ Availability Payment (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า หรือ Energy Payment (EP) ที่ถูกหยิบยกเป็นข้อห่วงกังวลจากประชาชน และภาคเอกชนในช่วงค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น
โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รมว.พลังงาน เป็นรองประธาน
ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงาน กกพ. และผู้แทนภาคประชาชน
คณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหา ความไม่สอดคล้องกับธรรมเนียม การทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน ทั้งในส่วนค่าความพร้อมจ่าย และค่าพลังงานไฟฟ้า รวมถึงทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปตามกฎหมาย เป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และสอดคล้องกับภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ
การดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลมีความเข้าใจว่าค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนสำคัญของครัวเรือนและภาคธุรกิจ แต่การแก้ไขปัญหาจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช้เพียงมาตรการเฉพาะหน้า เพราะระบบไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงพลังงาน การลงทุนระยะยาว และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ
รัฐบาลต้องใช้กระบวนการที่โปร่งใส ดึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมวิเคราะห์ปัญหา และหาทางออก ด้วยเป้าหมายหลักคือทำให้ระบบพลังงานไทยมีความมั่นคง โปร่งใส แข่งขันได้ และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยจะเดินหน้าแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าอย่างจริงจัง บนหลักกฎหมาย ความเป็นธรรม และการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
“ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน รัฐบาลไทยไม่ได้มองเพียงการประคองสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสทบทวนโครงสร้างค่าไฟให้เป็นธรรมขึ้น ประชาชนต้องได้รับการดูแล ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายต้องอยู่ได้ มีแรงจูงใจลงทุนและพัฒนาระบบไฟฟ้าไทยต่อไป” น.ส.รัชดา กล่าว