“ชัยวัฒน์” ชี้โลกเผชิญวิกฤตซ้อน “ศึก AI แย่งทุน-สงครามปะทุ” เตือนไทยเร่งปรับตัว ชูเกษตร-Biofuel เป็นทางรอดฝ่าศึกเปลี่ยนผ่านพลังงาน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “นวัตกรรมสีเขียว : ทางเลือกพลังงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ซึ่งกองบรรณาธิการมติชน จัดขึ้นในงาน “NEW ENERGY FOR THAILAND เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” ว่า

บทเรียนสำคัญจากการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำระดับโลกและกลุ่มทุนรายใหญ่เกือบ 200 ราย นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า ที่ประชุม WEF ได้หยิบยกประเด็นสำคัญระดับโลกที่น่ากังวลขึ้นมาหารืออย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และ “Black Swan” ที่ดาหน้าเข้ามาปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับข้อขัดแย้งและการสู้รบด้วยอาวุธ (Armed Conflict) สูงถึง 63 จุดทั่วโลก ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับช่วงก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 (เช่น เหตุการณ์ในอดีตที่เยอรมนี โปแลนด์ หรืออิตาลีขยายดินแดน) แม้ผู้นำโลกจะคาดหวังว่าจะไม่ลุกลามจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่การพูดคุยกันอย่างเปิดเผยถือเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนต้องเตรียมรับมือความเสี่ยง

นอกจากนี้ ในมุมมองของ CEO บริษัทน้ำมันระดับโลก สะท้อนให้เห็นว่า พลังงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “ความมั่นคงทางพลังงาน” อีกต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความคล่องตัวและยืดหยุ่น (Agility & Flexibility)” เมื่อเกิดปัญหาต้องสามารถจัดหาและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

เปรียบเสมือนวิกฤตโควิด-19 ตามมาด้วยสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2566 และสงครามระลอกใหม่ในปี 2569 ซึ่งกลายเป็น “New Normal” ที่เหตุการณ์วิกฤตหรือ Black Swan จะดาหน้าเข้ามาเป็นระลอกและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2. มหกรรมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และ “วิกฤตแย่งชิงเงินทุน”อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่มีการหารือในระดับสากลคือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งในต่างประเทศมองไปไกลกว่าประเด็นการแย่งชิงทรัพยากรน้ำหรือไฟฟ้าอย่างที่ประเทศไทยกังวล โดยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง NVIDIA ได้ประกาศแผนระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ระยะยาวถึง 10 ปี เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบ AI ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มาก เนื่องจากปกติเทคโนโลยีมักมีอายุสั้นเพียง 2-3 ปี

ทั้งนี้ จากการประเมินพบว่า เงินลงทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกต้องการสูงถึง 3–8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แม้กระทั่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะผ่อนปรนเกณฑ์สัดส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำ (Relax Capital Requirements) เพื่อปล่อยกู้เข้าระบบเพิ่มอีก 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

แต่เม็ดเงินเหล่านี้กำลังจะถูกอุตสาหกรรม AI ดึงไปจนหมด ส่งผลให้ตลาดทุนในสหรัฐฯ ตึงตัว ดอกเบี้ยระยะยาวทรงตัวในระดับสูง และกลายเป็นการ “แย่งชิงเงินทุน” ครั้งใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเม็ดเงินที่จะนำมาใช้พัฒนาการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของโลก

สถานการณ์พลังงานโลก vs. บริบทประเทศไทย

นายชัยวัฒน์ ได้ฉายภาพการบริโภคพลังงานของโลกจากประชากร 8,000 ล้านคน ว่ามีการบริโภคพลังงานพื้นฐานเทียบเท่าน้ำมันดิบสูงถึง 300 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ประมาณ 48,000 ล้านล้านลิตรต่อวัน) หรือเฉลี่ยคนละ 6 ลิตรต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณการบริโภคน้ำดื่ม โดยเป็นน้ำมันดิบราว 30% และกว่า 28% ถูกใช้ไปในภาคการขนส่งทั่วโลกที่มีทั้งเครื่องบิน รถยนต์ เรือขนส่ง และสถานีบริการน้ำมันจำนวนมหาศาล

โจทย์ใหญ่ของการเปลี่ยนผ่าน : หากโลกต้องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้าทั้งหมด 100% จะต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงยิ่งกว่าเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เสียอีก ดังนั้น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงเป็นเพียงหนึ่งในคำตอบ แต่ไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับการแก้ปัญหาระัดับมหภาค

สถานการณ์ในประเทศไทย : ไทยมีปริมาณการบริโภคพลังงานประมาณ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน (320 ล้านลิตรต่อวัน) เฉลี่ยคนไทยใช้พลังงานราว 5 ลิตรต่อคนต่อวัน โดยกว่า 40% ถูกใช้ในระบบขนส่ง มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งรถยนต์ 45 ล้านคัน และสถานีบริการน้ำมัน 26,000 แห่ง

ทางรอดของประเทศไทย : ชูเกษตรและ Biofuel
นายชัยวัฒน์ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการผสมผสานการใช้น้ำมันชีวภาพ (Biofuel) อยู่ในสัดส่วนประมาณ 7% ซึ่งถือเป็น “แต้มต่อทางเศรษฐกิจ” ที่สำคัญ หากประเทศไทยดึงดันจะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ด้วยการเปลี่ยนผ่านไปใช้ระบบไฟฟ้าทั้งหมดทันที จะต้องผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกถึง 400 Terawatt-hours และเผชิญกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่อาจเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงเกินศักยภาพ

ดังนั้น ทางเลือกที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยมากที่สุด คือ การกลับมาส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีห่วงโซ่มูลค่า (Supply Chain) ยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาพลังงานทางเลือกและนวัตกรรมสีเขียว เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านวิกฤตและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน