ARDA ผนึกกรมการข้าวขยายผลจัดการตอซังและฟางข้าวแบบไม่เผา ช่วยเกษตรกร 92 ราย ลดพื้นที่เผา 2,091 ไร่ พร้อมแปรรูปฟางกว่า 1,359 ตันเป็นชีวมวลอัดเม็ด มูลค่า 3.67 ล้านบาท คาดขยายกำลังผลิต 40,000 ตันใน 2 ปี ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 60,000 tCO₂e

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (ARDA) เดินหน้าผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคเกษตร โดยสนับสนุนกรมการข้าวขยายผลเทคโนโลยีจัดการตอซังและฟางข้าวแบบไม่เผา หวังแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของฝุ่น PM2.5 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสูญเสียทรัพยากรที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ประเทศไทยมีตอซังและฟางข้าวจากการเก็บเกี่ยวมากกว่า 42 ล้านตันต่อปี แต่เศษวัสดุจำนวนหนึ่งยังถูกกำจัดด้วยการเผา ดังนั้น การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ควรหยุดอยู่เพียงการรณรงค์ให้เกษตรกร “งดเผา” แต่ต้องสร้างทางเลือกที่ทำให้เห็นว่าการไม่เผาสามารถสร้างประโยชน์และรายได้มากกว่า

ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัยแก่กรมการข้าว ภายใต้โครงการ “การขยายผลการใช้เทคโนโลยีการจัดการตอซังฟางข้าว การเพิ่มมูลค่า และการใช้นวัตกรรมเครื่องจักรแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นชีวมวลอัดเม็ดแบบเคลื่อนที่เพื่อปลอดการเผาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG Model”

โดยมีนางวราภรณ์ อินทรทรง เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อพัฒนาระบบจัดการฟางข้าวตั้งแต่ในแปลงนา การรวบรวมและแปรรูป ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาดปลายทาง เปลี่ยน “การเผาทิ้ง” ให้เป็น “การสร้างมูลค่า”

โครงการนำร่องในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร โดยเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับพื้นที่ ประกอบด้วย จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางแบบไม่เผา ซึ่งช่วยเร่งการย่อยสลายตอซังภายใน 5-7 วัน เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ลดต้นทุนการจัดการแปลง และช่วยให้เกษตรกรสามารถเริ่มเพาะปลูกรอบใหม่ได้เร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน มีการนำเครื่องผลิตชีวมวลอัดเม็ดแบบเคลื่อนที่ (Mobile Pellet Machine) เข้ามาใช้ โดยสามารถเข้าไปแปรรูปฟางข้าวในพื้นที่เกษตรได้โดยตรง ช่วยลดข้อจำกัดด้านการรวบรวมและขนส่งฟางที่มีปริมาตรมาก ก่อนเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับภาคอุตสาหกรรมและพลังงาน

ผลการดำเนินงานสะท้อนศักยภาพเชิงธุรกิจ โดยเครื่องจักรสามารถแปรรูปฟางข้าวได้ประมาณ 45.31 ตันต่อวัน หรือเฉลี่ย 15.10 ตันต่อเครื่องต่อวัน มีต้นทุนการแปรรูป 1,116.83 บาทต่อตัน ขณะที่ชีวมวลอัดเม็ดจำหน่ายได้เฉลี่ย 2,700 บาทต่อตัน ทำให้มีผลตอบแทนสุทธิประมาณ 1,583.17 บาทต่อตัน และคาดว่าจะคืนทุนภายใน 3 ปี

นางวราภรณ์ อินทรทรง หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการสามารถผลิตชีวมวลอัดเม็ดได้แล้วกว่า 1,359.15 ตัน คิดเป็นมูลค่า 3,669,705 บาท โดยดำเนินงานร่วมกับ บริษัท วีอาร์พี ดีเวลลอปเม้นท์ โฮลดิ้งส์ จำกัด และเชื่อมโยงการจำหน่ายให้แก่ภาคอุตสาหกรรม อาทิ บริษัท น้ำมันพืชปทุม จำกัด บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอสซีจี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีความต้องการชีวมวลประมาณ 50,000 ตันต่อปี

การดำเนินงานมีเกษตรกร 92 รายเข้าร่วม สามารถลดพื้นที่เผาได้ 2,091 ไร่ ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 19-24% หรือประมาณ 190-250 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลง 20-32% หรือ 1,114-1,968 บาทต่อไร่ และรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 35-49% หรือ 2,424-3,471 บาทต่อไร่

เมื่อประเมินผลรวมทั้งพื้นที่ พบว่าโครงการช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรประมาณ 2.33-4.11 ล้านบาทต่อรอบการผลิต เพิ่มรายได้สุทธิรวมประมาณ 5.07-7.26 ล้านบาทต่อรอบการผลิต และยังสร้างมูลค่าจากชีวมวลอัดเม็ดอีกประมาณ 3.67 ล้านบาท

ด้านสิ่งแวดล้อม ชีวมวลอัดเม็ด 1 ตัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) จากปริมาณการผลิตในปัจจุบัน จึงคิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 2,038.73 tCO₂e และหากสามารถขยายกำลังการผลิตได้ตามเป้าหมาย 40,000 ตันภายใน 2 ปี คาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้มากกว่า 60,000 tCO₂e

สำหรับการขยายผลในระยะต่อไป โครงการมีแผนขยายไปยัง 4 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ไร่ ตั้งเป้าผลิตชีวมวลอัดเม็ด 2,000 ตันต่อปี และสร้างรายได้หมุนเวียนให้เกษตรกรและชุมชนไม่น้อยกว่า 5.4 ล้านบาทต่อปี โดยมีกลุ่มนาแปลงใหญ่ในพื้นที่นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคเอกชนในการบริหารจัดการเครื่องจักรและดำเนินธุรกิจต่อหลังสิ้นสุดโครงการ เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเกิดความต่อเนื่อง

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า เป้าหมายของ ARDA ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องทำให้งานวิจัยถูกนำไปใช้จริงและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร สร้างตลาดรองรับ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเปลี่ยนฟางข้าวจากของเหลือในแปลงนาให้เป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจและวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด

ทั้งนี้ ARDA มีเป้าหมายเชื่อมโยงระบบตั้งแต่การรวบรวมฟาง การแปรรูปในพื้นที่ ไปจนถึงผู้รับซื้อและตลาดปลายทาง เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สามารถดำเนินต่อได้ในระยะยาว ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และยกระดับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของเกษตรกรและชุมชน

หากต้องการนำเสนอผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์หรือร่วมขยายผล สามารถติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ ARDA และ Facebook สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน