กรมการค้าภายใน เชื่อม “ตลาดมรกต–ตลาดสี่มุมเมือง” ขยายช่องทางผลไม้ใต้ ดึงตลาดต้นทาง–ปลายทางสร้างดีมานด์ รองรับผลผลิตสู่ผู้บริโภค
วันที่ 29 ส.ค. 2569 นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ภาคใต้ ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ ล่าสุด กรมฯ ได้จัดกิจกรรมทั้งที่ ตลาดผลไม้มรกต จังหวัดชุมพร และ ตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี เพื่อเชื่อมโยงตลาดตั้งแต่แหล่งผลิตไปจนถึงผู้บริโภค ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์และการจัดกิจกรรมกระตุ้นการซื้อขาย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผลไม้ไทยในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น

สำหรับ ตลาดผลไม้มรกต จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นตลาดกลางสำคัญในพื้นที่แหล่งผลิต กรมฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าและประชาสัมพันธ์ตลาด โดยมี “พิ้งกี้ สาวิกา” นักแสดงชื่อดัง ร่วม Live สดกับรองอธิบดีกรมการค้าภายใน พาเยี่ยมชมบรรยากาศการซื้อขาย สินค้า และผู้ประกอบการภายในตลาด เพื่อถ่ายทอดไปยังผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ และช่วยขยายการรับรู้ตลาดมรกตไปสู่กลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมรถบรรทุกทุเรียนที่นำผลผลิตมาชั่งน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป รับคูปองแทนเงินสดมูลค่า 200 บาท สำหรับนำกลับมาใช้ซื้อสินค้าในครั้งถัดไป เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางการค้าและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการซื้อขายภายในตลาด พร้อมแจกสติกเกอร์ “คำซิ่งท้ายกระบะ” เพื่อสร้างสีสันและประชาสัมพันธ์ตลาด ก่อนร่วมกันปล่อย คาราวานรถบรรทุกทุเรียน เชื่อมโยงผลผลิตจากพื้นที่ไปยังตลาดและผู้บริโภค
นายฉันทพัทธ์ กล่าวว่า ตลาดมรกตเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตเข้าสู่ระบบการค้า โดยเฉพาะทุเรียนและผลไม้ภาคใต้ การส่งเสริมตลาดจึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มช่องทางรับซื้อ แต่ยังต้องสร้างกิจกรรมทางการค้า สร้างการรับรู้ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถเชื่อมโยงกันได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน กรมฯ ได้ต่อยอดการส่งเสริมตลาดที่ ตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดกลางสำคัญที่พัฒนารูปแบบการค้าให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล จากเดิมที่ผู้บริโภคต้องเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าในตลาด สู่การนำสินค้าภายในตลาดไปสร้างคอนเทนต์ ทั้งการถ่ายคลิปนำเสนอสินค้า การประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และการเปิดช่องทางสั่งซื้อออนไลน์ ควบคู่กับการจำหน่ายภายในตลาด
“ปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการตลาดจึงต้องปรับตาม ไม่ใช่เพียงมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่ต้องสามารถนำสินค้าไปให้ผู้บริโภคเห็นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ตลาดสี่มุมเมืองถือเป็นตัวอย่างของการใช้ทั้งพื้นที่ตลาดและเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยเชื่อมโยงสินค้าไปยังผู้บริโภค ทำให้ผลไม้ตามฤดูกาลสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้กว้างขึ้น และช่วยสร้างความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง” นายฉันทพัทธ์ กล่าว

นายฉันทพัทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำกิจกรรมทั้งที่ตลาดมรกตและตลาดสี่มุมเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนกิจกรรม “ไทยช่วยไทยพลัส : อร่อยมั่นใจ ผลไม้ไทยคุณภาพ” ซึ่งกรมการค้าภายในให้ความสำคัญกับการเพิ่มช่องทางการตลาดควบคู่กับการสร้างความต้องการซื้อ
โดยเชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งผลิต ตลาดกลาง ผู้ค้า ผู้รวบรวม Modern Trade ไปจนถึงช่องทางออนไลน์ พร้อมใช้การประชาสัมพันธ์ช่วยสร้างเส้นทางจาก “การรับรู้ ความสนใจ การบริโภค การซื้อ” เพื่อเปลี่ยนการรับรู้ให้เกิดเป็นการซื้อและการบริโภคจริง
“สิ่งที่กรมการค้าภายในต้องการเห็น คือ เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ ผู้ประกอบการมีช่องทางในการทำการค้า และผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้สะดวกและได้รับความเป็นธรรม การทำงานทั้งในตลาดต้นทางอย่างตลาดมรกต และตลาดปลายทางอย่างตลาดสี่มุมเมือง จึงเป็นการเชื่อมระบบตลาดให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่ผลผลิตออกจากแหล่งผลิตจนถึงมือผู้บริโภค” รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว
สำหรับสถานการณ์ มังคุดภาคใต้ ปี 2569 ขณะนี้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และเข้าสู่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น โดยมีมังคุดออกสู่ตลาดแล้ว 72,112 ตัน หรือประมาณ 52% ของผลผลิตที่คาดว่าจะมีประมาณ 139,000 ตัน เพิ่มขึ้น 75% จากปีก่อน
กรมการค้าภายในจึงเร่งเพิ่มช่องทางการตลาดและกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเชื่อมโยงกระจายมังคุดกว่า 500 ตัน และเปิดลานประมูล 3 จุด ตั้งเป้ารวบรวมผลผลิตประมาณ 10,000 ตัน
พร้อมกันนี้ ยังได้เชื่อมโยงตลาดกลางสินค้าเกษตร 3 แห่ง ได้แก่ ตลาดผลไม้มรกต ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไท รวมถึงประสานเครือข่าย Modern Trade 6 ราย ครอบคลุมกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ เพื่อร่วมรองรับและกระจายผลไม้ภาคใต้ไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน สร้างช่องทางให้ผลผลิตจากแหล่งผลิตสามารถเข้าสู่ตลาดได้หลากหลายขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลไม้ไทยคุณภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น