ธปท.จับมือภาคการเงินยกระดับการเฝ้าระวัง-ตรวจจับธุรกรรมเสี่ยง ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลบุคคลเสี่ยงผ่าน Central Fraud Registry สกัดธุรกรรมผิดกฎหมาย
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแล ร่วมขับเคลื่อน “กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน” (Framework for Safeguarding the Financial Sector from Illicit Activities) เพื่อป้องกันเชิงรุกไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับความมั่นคง ปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของระบบการเงิน และคุ้มครองประชาชนจากความเสียหาย
กรอบความร่วมมือดังกล่าวกำหนดให้ทุกหน่วยงานยกระดับนโยบาย ทิศทาง และธรรมาภิบาลด้านการป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด ให้เป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการองค์กร พร้อมกำหนดมาตรการที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีมาตรฐานขั้นต่ำที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ และต้องปรับปรุงให้เท่าทันความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ภาคการเงินจะนำข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญมาใช้ในการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อความเสี่ยง โดยเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ รูปแบบการกระทำผิด สัญญาณเตือนภัย และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างหน่วยงาน เพื่อรับมือธุรกรรมทุจริตที่มีความซับซ้อนและอาจอาศัยช่องว่างระหว่างหน่วยงานเป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ ต้องดำเนินมาตรการอย่างสมดุล ไม่กระทบผู้สุจริต การเข้าถึงบริการทางการเงิน การแข่งขันที่เป็นธรรม และการส่งเสริมนวัตกรรม
สำหรับ ธปท. จะยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลทั้งระบบ การตรวจสอบลูกค้าและคู่ค้า รวมถึงใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและตรวจจับธุรกรรมเสี่ยง พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปิดช่องโหว่ และพัฒนามาตรการให้เท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้เท่าทันทางการเงินแก่ประชาชน
ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือมีผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับ ธปท. เข้าร่วม 11 หน่วยงาน ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย (TBA) สมาคมธนาคารนานาชาติ (AIB) สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน (TAFEXS) รวมถึง 6 สมาคมและชมรมของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank lender)
มาตรการสำคัญ อาทิ ยกระดับการทำ KYC/CDD/EDD ตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีความเสี่ยงสูง ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงตรวจจับธุรกรรมผิดปกติเชิงรุก พัฒนาฐานข้อมูลบุคคลเสี่ยงและเชื่อมต่อกับระบบ Central Fraud Registry (CFR) จัดทำคู่มือมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) รวมถึงใช้เครือข่ายชุมชนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กลุ่มเปราะบาง
ธปท. และภาคธุรกิจจะขับเคลื่อนมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อปิดช่องโหว่ที่ระบบการเงินอาจถูกนำไปใช้กระทำผิด ยกระดับการป้องกันและรับมือภัยทางการเงิน คุ้มครองประชาชน และสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างมั่นใจในระยะยาว