ศุภจี เดินหน้า เจรจาCEPAไทย-ยูเออี เร่งปั๊มจีดีพีประเทศ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงที่จะกลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง หลังจากการเจรจาครั้งที่ 4 ช่วงเดือนก.ย.66 สิ้นสุดลง เพราะยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้บางประเด็นแม้การเจรจาจะความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80%
“ประเด็นที่เคยเป็นปัญหา ขณะนี้ 2 ฝ่ายหาข้อสรุปร่วมกันได้แล้ว จึงจะกลับมาเจรจาส่วนที่เหลือ เพื่อให้2 ฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงในการสร้างแต้มต่อทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านต่างๆ ได้โดยเร็ว ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทย- UAE ออกแถลงการณ์ประกาศเปิดการเจรจา CEPA อย่างเป็นทางการผ่านระบบการประชุมทางไกลเมื่อวันที่ 9 พ.ค.66 และได้เจรจากันมาแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 26-28 ก.ย.66 และในครั้งนี้ สามารถสรุปผลการเจรจาได้เกือบหมดแล้ว เหลือเพียงบางประเด็น และบางสินค้า ที่เป็นความอ่อนไหวของไทย และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ หากเปิดเสรีให้กับ UAE ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องหารือกันอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน คาดว่า จะปิดการเจรจาได้ในเร็วๆ นี้
สำหรับการจัดทำ CEPA ไทย-UAE นั้น เมื่อบังคับใช้แล้ว จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทยเพิ่มขึ้นได้อีก 318-357 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และการส่งออกเพิ่มขึ้น190-243 ล้านเหรียญฯ สินค้าที่คาดว่าไทยจะส่งออกมากขึ้น เช่น อาหาร, สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย, ผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์, ไม้, ยางพารา, พลาสติก, เคมีภัณฑ์, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์และชิ้นส่วน ส่วนสาขาบริการที่คาดว่าจะมีธุรกรรมเพิ่มขึ้น เช่น การขนส่ง, การเงิน และบริการด้านธุรกิจ