“เอกนิติ” เดินหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน รัฐอุดหนุนค่าติดตั้งรายละ 50,000 บาท พร้อมผนึก ธอส. ออมสิน และ ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษประมาณ 2.5% ต่อปี หวังลดภาระค่าไฟฟ้า เปิดโอกาสประชาชนผลิตไฟใช้เองและขายไฟฟ้าส่วนเกินสร้างรายได้ พร้อมกำหนดผู้รับเหมาต้องวางแบงก์การันตี 50,000 บาทต่องาน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการติดตั้ง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความท้าทายระดับโลกทั้งภาวะสงครามในตะวันออกกลางและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ประกอบกับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติสูงถึงประมาณ 60% เมื่อราคานำเข้าพลังงานสูงขึ้น จึงกระทบต่อต้นทุนครัวเรือนและเกิดภาวะเงินทุนไหลออกนอกประเทศ
ดังนั้น รัฐบาลจึงเดินหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน โดยรัฐอุดหนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ผนึกกำลัง 3 สถาบันการเงินรัฐ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) , ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ประมาณ 2.5% ต่อปี
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวยังเป็นการเปลี่ยนบทบาทประชาชนจากผู้บริโภคมาเป็นผู้ผลิตพลังงาน ช่วยลดค่าไฟฟ้าในบ้าน และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าระบบเพื่อสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย
นายเอกนิติกล่าวอีกว่า เพื่อสร้างความคุ้มครองและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนและป้องกันปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานหรือใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน จึงได้กำหนดให้ผู้ให้บริการติดตั้งแผงโซลาร์ภาคประชาชนทุกราย ต้องวางแบงก์การันตีวงเงิน 50,000 บาท ซึ่งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 3 แห่ง คิดอัตราค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกันในอัตราผ่อนปรน ไม่เกิน 1% ต่อปี เช่น วงเงินค้ำประกัน 50,000 บาท จะมีค่าธรรมเนียมเพียง 500 บาทต่อปี