ออมสินลุยเทรนคนจน มีอาชีพ 18,000 คนภายในสิ้นปีนี้

ออมสินลุยเทรนคนจน

ธนาคารออมสินตั้งเป้าฝึกอาชีพผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฟสสอง 18,000 คนภายในสิ้นปีนี้ เล็งขอธปท. ไฟเขียวตั้งระบบการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์

ออมสินลุยเทรนคนจน – นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้นำโครงการมหาวิทยาลัยประชาชน ช่วยฝึกอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย ที่เข้าร่วมมาตรการพัฒนาคุณภาพผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนระยะสอง (เฟส 2) ไปแล้ว 7,000-8,000 ราย โดยการช่วยเหลือจะเน้นให้เหมาะสมกับกลุ่มอาชีพ และความต้องการแต่ละพื้นที่ เช่น ภาคใต้จะเน้นฝึกอาชีพช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ เพราะมีประชาชนใช้รถจักรยานยนต์เดินทางไปกรีดยางพาราจำนวนมาก นอกจากนี้ยังฝึกอาชีพที่ต้องการของตลาด เช่น นวดแผนไทย ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย

“เมื่อผ่านการฝึกอาชีพแล้ว จะทำให้ผู้ถือบัตรฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยธนาคารจะมีตัวชี้วัดจากจำนวนเงินฝากในบัญชี และภายในสิ้นปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายจะพัฒนาอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อยให้ได้ถึง 18,000 คนเป็นอย่างน้อย นอกจากนี้ กำลังขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดตั้งระบบการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ (อีมาร์เก็ตเพลส) เพื่อดึงเอสเอ็มอี ร้านค้าชุมชนและเครือข่ายธนาคารออมสิน นำสินค้าของตัวเอง หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่าย โดยมีออมสิน ร่วมกับพันธบัตรช่วยดูแลบริหารระบบ การรับส่ง และชำระสินค้า ซึ่งจะเปิดตัวได้ไตรมาส 4 ปีนี้”

ทั้งนี้ เบื้องต้นจะมีสินค้าเข้าร่วมอีมาร์เก็ตเพลสหลายพันรายการ ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยเปิดตลาดให้สินค้าท้องถิ่นออกมาขายได้ พร้อมทั้งจะเชื่อมโยงกับร้านโชห่วยในชุมชนให้เป็นช่องทางในการรับสั่งซื้อสินค้าได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มการแข่งขันร้านโชห่วยกับร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ได้ นอกจากนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายเปิดตัวแทนธนาคารออมสิน (แบงกิ้ง เอเยนต์) ในปีนี้ให้เพิ่มขึ้นจาก 400 แห่ง เป็น 600-800 แห่ง

นายชาติชาย กล่าวว่า หลังได้รับต่อสัญญาเป็นผู้อำนวยการออมสินไปถึงปี 2563 จะเร่งพัฒนาออมสินให้เป็น 3 ธนาคารใน 1 เดียว คือ การเป็นธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิม ที่อำนวยความสะดวกการรับฝาก ถอนเงิน และปล่อยสินเชื่อ ต่อมาเป็นการพัฒนาสู่ธนาคารดิจิทัล ซึ่งเน้นบริการ และรูปแบบธุรกิจแนวใหม่เพื่อหารายได้เข้าธนาคาร เช่น การทำอีมาร์เก็ตเพลส และสุดท้ายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม โดยเน้นการช่วยเหลือสังคม กลุ่มเด็ก ผู้สูงวัย ผู้ด้อยโอกาส

ทั้งนี้ มี 3 โครงการสำคัญที่ทำต่อเนื่อง ได้แก่ ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ที่สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยออกไปช่วยการพัฒนาชุมชน โดยนำร่องไปแล้ว 16 มหาวิทยาลัย 105 โครงการ และในปีหน้าจะมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเป็น 69 แห่ง มากกว่า 400 โครงการ ต่อมาเป็นโครงการมหาวิทยาลัยประชาชน และโครงการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ ซึ่งในปีหน้าตั้งเป้าหมายจะจัดทำ 50 โครงการ เพื่อนำเข้าไปให้สถาบันการศึกษาช่วยคิดช่วยพัฒนาออกมา