ครม.ไฟเขียวเงินกู้ 1.1 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง ขสมก. คาดปีนี้เริ่มเบิกจ่ายหนุนวินัยทางการเงินดีขึ้น จะนำไปชำระหนี้คงค้าง ได้แก่ ชำระค่าเชื้อเพลิง 3,143 ล้าน ชำระค่าเหมาซ่อม 1,589 ล้าน
ครม.ไฟเขียวขสมก.กู้เงิน 1.1 หมื่นล. – นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากปัญหาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนและไม่ได้รับเงินชดเชยผลการขาดทุนตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากที่ ขสมก. เก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนที่เป็นจริง และไม่สามารถปรับอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นตามสภาวการณ์ปัจจุบัน ส่งผลให้ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค.2561 ขสมก. มีหนี้ค้างชำระ รวมวงเงิน 115,075 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี จากปัญหาหนี้สะสมดังกล่าว ซึ่ง ขสมก.ไม่สามารถชดเชยได้ตามจำนวนที่เกิดขึ้น ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2562 จึงเห็นชอบให้ ขสมก. กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ปีงบประมาณ 2563 จำนวนเงิน 11,319.580 ล้าบาท และให้กระทรวงการคลัง เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะจะนำไปบรรจุในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ปี 2563 และจะทำให้ ขสมก.สามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยค้างชำระได้ประมาณ 5.317-5.572% หรือประมาณเดือนละ 31.286 ล้านบาท หรือปีละ 255.433 ล้านบาท
นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า การกู้เงินของ ขสมก. ครั้งนี้ จะนำไปชำระหนี้คงค้าง ได้แก่ ชำระค่าเชื้อเพลิง 3,143 ล้านบาท ชำระค่าเหมาซ่อม 1,589 ล้านบาท และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน 6,591 ล้านบาท โดย ขสมก. จะสามารถดำเนินการกู้เงินได้เมื่อวงเงินกู้ของ ขสมก. ที่เสนอในครั้งนี้ได้รับการบรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะแล้ว เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณ 2563
“การกู้เงินครั้งนี้จะช่วยให้ ขสมก. มีวินัยทางการเงินมากขึ้น แก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินได้ โดยเงินจะถูกนำไปชำระรีไฟแนนซ์เงินกู้ที่ครบกำหนด เสริมสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ เนื่องจากที่ผ่านมา ขสมก.ประสบปัญหามีรายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่ายมาโดยตลอด”