นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ดำเนินโครงการเชื่อมโยงตลาดวิสาหกิจเริ่มต้น หรือสตาร์ตอัพ คอนเนค ให้เข้าถึงตลาด และสนับสนุนนักลงทุน โดยเฉพาะสตาร์ตอัพที่มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีเชิงลึก ซึ่งที่ผ่านมาได้นำร่องคัดเลือกผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ 6 ราย นำเสนอโมเดลธุรกิจต่อนักลงทุนและบริษัทร่วมลงทุน โดยบริษัท อีซีจี-รีเซิร์ช หนึ่งในนักลงทุนมีความสนใจและร่วมลงทุนกับสตาร์ตอัพกลุ่มนี้ รวมมูลค่ากว่า 350 ล้านบาท คาดว่ามูลค่าการร่วมลงทุนของนักลงทุนในปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ กสอ. ดำเนินการดำเนินงาน 4 ขั้นตอนหลัก ประกอบด้วย ขยายเครือข่ายสตาร์ตอัพ เพื่อเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ต่อยอดพัฒนาทักษะให้มีความพร้อมในการนำเสนอโมเดลธุรกิจกิจกับนักลงทุน ขยายเครือข่ายเงินทุน โดยการสร้างเครือข่ายบริษัทเอกชนที่สนใจลงทุนกับผู้ประกอบการสตาร์ตอัพที่ได้รับการส่งเสริมจาก กสอ. เพื่อสร้างความมั่นใจในการร่วมดำเนินธุรกิจ

การขยายเครือข่ายตลาด ผ่านกระบวนการทดลองการทำการตลาดในประเทศ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถบรรลุความต้องการของผู้บริโภค ทั้งยังช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมั่นคง และขยายเครือข่ายนานาชาติ เป็นขั้นตอนสุดท้ายเมื่อผู้ประกอบการมีความพร้อมเพียงพอในการต่อยอดไปยังตลาดนานาชาติ ที่มีมูลค่าตลาดที่สูงขึ้น เพื่อรองรับความต้องการจากต่างประเทศ ทั้งยังเป็นการการันตีให้กับนักลงทุนถึงคุณภาพของผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจาก กสอ.

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดี กสอ. กล่าวว่า การขยายผลการดำเนินงานโครงการสตาร์ตอัพ คอนเนค ปี 2564 มีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น 25 ราย จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 500 ราย โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น เช่น การศึกษาความต้องการของลูกค้า เพื่อการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ การประเมินศักยภาพตลาดกลยุทธ์และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและการขยายตลาด

การประเมินศักยภาพเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับแผนการตลาดและการเติบโตของธุรกิจ รวมทั้งการวิเคราะห์โมเดลธุรกิจ เพื่อการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมเพียงพอที่จะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ กับหน่วยงานเครือข่ายและบิ๊ก บราเทอร์ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น สมาพันธ์เอสเอ็มอี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบมจ. สามารถคอร์ปอเรชั่น อีกทั้งได้มีโอกาสนำเสนอแผนธุรกิจต่อนักลงทุน เพื่อให้สตาร์ตอัพเหล่านี้ได้มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจต่อไป

“โอกาสการเติบโตทางธุรกิจของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นเป้าหมายหลักแล้วของการดำเนินการในปีนี้แล้ว เชื่อว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการร่วมลงทุนของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้นกว่า 500 ล้านบาท ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และก่อให้เกิดการพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชิงลึกที่มีศักยภาพต่อไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน