หอการค้า เผยเอกชนยินดีปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. คาดล็อกดาวน์ 14 วัน สูญ 1 แสนล้านบาท จี้รัฐบาลเร่งหาวัคซีนฉีดประชาชน
เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2564 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยเห็นด้วยกับ ศบค.ที่ประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้มเฉพาะพื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด (กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และ 4 จังหวัดภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา) ซึ่งอาจจะกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนบ้าง แต่เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อที่รุนแรงมากในขณะนี้ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ
นายสนั่น กล่าวต่อว่า ภาคเอกชนยินดีปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. และมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ซึ่งส่วนใหญ่ได้เตรียมตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะมาตรการป้องกันส่วนบุคคล เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง รวมทั้งการเวิร์กฟรอมโฮม
ทั้งนี้ การยกระดับมาตรการควบคุมในช่วง 14 วัน ประเมินว่าจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมประมาณ 50,000-100,000 ล้านบาท (ประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาทต่อวัน) ซึ่งรัฐบาลอาจจะต้องใช้เม็ดเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการควบคุมการระบาด และมาตรการเยียวยาที่จะต้องออกมาควบคู่กัน ซึ่งต้องเร่งการใช้เงินกู้ที่เตรียมไว้ 500,000 ล้านบาทออกมาใช้ช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม แม้การจำกัดการเดินทางหรืองดกิจกรรมบางอย่างจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อได้ แต่อาจจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการแพร่เชื้อ เพราะวันนี้ยังไม่สามารถระบุได้ทั้งหมดว่าใครติดเชื้อบ้าง คนจำนวนมากติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ก็เป็นพาหะนำเชื้อไปสู่คนในครอบครัวอยู่ดี
ดังนั้น การป้องกันส่วนบุคคลจึงมีความจำเป็นอย่างมาก แม้จะอยู่ในบ้านก็ตาม นอกจากนั้นภาครัฐและเอกชนต้องมาช่วยดูแลให้มีมาตรการควบคุมดูแลให้ทั่วถึงเพื่อไม่ให้เกิดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นมาอีก พร้อมเสริมการตรวจเชิงรุกโดย Rapid Test ในราคาที่เหมาะสมเพื่อแยกคนติดเชื้อออกมา
“มาตรการของ ศบค.ที่ออกมาจะช่วยบรรเทาการระบาดที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องก้าวกระโดดได้ แต่ที่สำคัญคือ เราเจ็บแล้วต้องจบ สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปคือ รัฐบาลต้องใช้สรรพกำลังทุกวิถีทาง พื่อจัดหาและจัดสรรวัคซีนมาฉีดให้ประชาชน” นายสนั่น กล่าว