กองทุนน้ำมันชี้คุย 10 แบงก์ ลุยทำแผนเงินกู้ 2 หมื่นล้าน ลั่นชำระคืนภายใน 3 ปี ภายใต้เงื่อนไขดอกเบี้ย 2.5-3%

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

กองทุนน้ำมันคุย 10 แบงก์ – นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการกู้เงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ว่า ปัจจุบันกำลังรอความชัดเจนของแต่ละสถานบันการเงิน ซึ่งล่าสุดทางกองทุนเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงิน 10 แห่ง โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน เนื่องจากเป็น 2 สถานบันการเงินที่เคยทำการกู้เงินด้วยในอดีตปี 2554 เพื่อนำมาดูแลราคาน้ำมันเช่นกัน คาดว่าได้รับเงินภายในเดือนมิ.ย. 2565 อัตราดอกเบี้ยที่ประมาณ 2.5-3% กว่า

“คาดว่าสถาบันการเงินที่ทำการให้กู้จะมีความชัดเจนภายในช่วงเดือนม.ค. 2565 โดยจะนำเข้าที่ประชุมบริษัท และจ่ายเงินออกมาหลังจากนั้นเป็นงวดๆ ซึ่งทางกองทุนฯ วางแผนชำระเงินกู้อยู่ที่ประมาณ 3 ปี คาดว่าจะเริ่มชำระคืนได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของปี 2566 ซึ่งทางกองทุนมั่นใจว่าจะสามารถชำระคืนได้ครบถ้วน”นายวิศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกแล้ว เห็นได้ว่าในในปัจจุบันที่เป็นช่วงของฤดูหนาวที่ทำให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นสูง จึงต้องมีการอุดหนุนราคาไปก่อน แต่ในช่วงถัดไปที่จะมีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีกำลังการผลิตในตลาดโลกที่เพียงพอ จะส่งผลให้สามารถเก็บเงินเข้ากองทุนได้เป็นปกติและนำไปจ่ายชำระเงินที่กู้มาได้ตามกำหนด

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากสถานการณ์พลังงานยังไม่คลี่คลาย จะมีการเตรียมแผนเพื่อขอกู้งบเงินเพิ่มเติมอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อมาใช้หลังจากได้รับเงินก้อนแรกในเดือนมิ.ย. 2565 รวมถึงใช้กลไกอื่นๆ อาทิ ลดการชดเชยและมีการไปเจรจากับกระทรวงการคลังเพื่อใช้กลไกทางภาษี เช่น ภาษีสรรพสามิต

นายวิศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตเมื่อปี 2554 กองทุนฯ เคยดำเนินการกู้เงินเพื่อนำมาอุดหนุนราคาน้ำมันแล้ว 20,000 ล้านบาท และสามารถดำเนินการชำระเงินกู้ได้ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเสถียรภาพทางการเงินที่ดี และยืนยันว่าในช่วง 4 เดือนที่รอเงินกู้นั้น กองทุนยังมีสภาพคล่องโดยสถานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ล่าสุดคงเหลือสุทธิ ณ วันที่ 28 พ.ย. 2564 อยู่ที่ 1,426 ล้านบาท

ในส่วนของสถานการณ์ราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ได้เข้าไปอุดหนุนเพื่อตรึงราคาแอลพีจีตามนโยบายรัฐบาลเพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชนในช่วงสถานการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมี.ค. 2563 ไปแล้ว 13,251 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนบัญชีแอลพีจี มีวงเงินติดลบอยู่ที่ 20,974 ล้านบาท แต่ก็ยังยืนยันว่าจะมีแผนใช้เงินกองทุนฯ ดูแลราคาต่อไป โดยได้มีการขยายกรอบวงเงินอุดหนุนจากเดิมอยู่ที่ 21,000 ล้านบาท เป็น 23,000 ล้านบาท เพื่อให้ชดเชยได้ครบจนถึงสิ้นปี 2564

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน