วันที่ 30 ม.ค. ที่สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นางสุนีย์ ภูติวณิชย์ นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม คณะกรรมการสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง คณะกรรมการสมาคมผู้ประกอบการรถบรรทุก เข้าร่วมประชุม เพื่อหาข่อสรุปชี้แจงปัญหาของผู้ประกอบการชนส่ง ที่ได้รับผลกระทบจาการปิดทางเข้า-ออก บนถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7
นางสุนีย์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาของกรมทางหลวงกรณีปัญหารถติดสะสมในเส้นทางคู่ขนานสาย 7 ทั้งการปรับรอบไฟสัญญาจราจรให้รถทางตรงใช้ไฟเขียวได้นานขึ้นไม่สามารถแก้ไขปัญหารถติดได้ เพราะรถในซอต้องติดสะสม รวมทั้งการเพิ่มช่องทางจราจรในถนนเส้น 331, 314 , 344 แม้เส้นทางรถจะวิ่งสะดวกขึ้น แต่ส่งผลโดยตรงสำหรับรถที่วิ่งเข้าในเส้น 3701 เส้น 3702 เกิดปัญหารถติดสะสม เพราะถนนเส้นทางเข้านี้เล็ก สำหรับถนนช่วงชลบุรีถึงพัทยาที่กรมทางหลวงอ้างว่าจะมีจุดเข้า-ออกจากเส้นสาย 7 ถึง 19 จุด จริงๆมีไม่ถึง 19 จุด จะมีแค่ 3 ช่องทางเท่านั้น คือ แยกพนัส แยกหนองขาม และแยกโป่ง มีแค่นี้ถือว่าน้อยมากไม่สะดวกในการเข้าออก
นายอรุณ เอี่ยมฉลาด ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี เปิดเผยว่า มอเตอร์เวย์สาย 7 จะส่งผลกระทบทั้งภาคประชาชนที่เดินทางลำบากขึ้น จากที่ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที จากบ้านถึงที่ทำงานก็ต้องใช้เวลามากขึ้นถึง 1 ชั่วโมง ถึง 1ชั่วโมงครึ่ง ในภาคธุรกิจ และภาคอุสาหกรรมแน่นอนว่าสภาพการจราจรที่แออัดในทางคู่ขนานสาย 7 เข้าท่าเรือ จะส่งผลถึงต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น รวมทั้งการส่งออกที่จะมีผลกระทบถึงการส่งสินค้าที่ล่าช้า
ในส่วนของท่าเรื่อแหลมฉบังเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อการทำให้รถติด เพราะการบริหารงานของท่าเรือมีการเก็บค่าผ่านทางสำหรับรถบรรทุก รถเทรลเลอร์ การเข้าไปรับสินค้าใช้เวลานาน มีรถต่อคิวเข้าจำนวนมากส่งผลถึงเส้นทางหลักของประชาชน ภาคขนส่งเอาภาระตรงนี้กลับไปให้ภาคอุสาหกรรม ผู้ผลิตและส่งออก ทั้งค่าน้ำมันที่มากขึ้นจากสภาวะรถติดและการเก็บค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ถ้ายังไม่มีการแก้ไขปัญหาตรงนี้ผู้ประกอบการขนส่งจะไม่สามารถแบกรับภาระตรงนี้ไว้ได้ ในอนาคตต้องมีการปรับค่าขนส่งขึ้นอย่างแน่นอน