หุ้นกลุ่มค้าปลีก ซื้อขายคึกคัก เด้งสวนตลาด ภายหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงความชัดเจนการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เม็ดเงินรวม 5 แสนล้านบาท

วันที่ 10 ต.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงความชัดเจนการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เม็ดเงินรวม 5 แสนล้านบาท โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 พ.ย. 2566 ปิดที่ 1,389.57 จุด ลดลง -15.40 จุด ลบ 1.10% ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายค่อนข้างหนาแน่นในรอบหลายเดือนที่ 50,967 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีหุ้นกลุ่มค้าปลีก มีการซื้อขายคึกคัก นำโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ติดอันดับยอดซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 โดยราคาปิดที่ 55.75 บาท เพิ่มขึ้น +0.75 จุด บวก 1.36% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,348 ล้านบาท รวมถึง หุ้น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ราคาปิดที่ 64.75 บาท เพิ่มขึ้น +2.25 บาท หรือบวก+3.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,005 ล้านบาท

หุ้น บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ราคาปิดที่ 38.25 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ บวก +2.68% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 968.5 ล้านบาท และ หุ้นบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ราคาปิดที่ 17.40 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท หรือบวก 2.96% มีมูลค่าการซื้อขาย 478.8 ล้านบาท

ด้านนายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากการที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดถูกกดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์)

แถลงเงินดิจิทัล

ขณะที่ในช่วงเปิดการซื้อขายภาคบ่าย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ทำให้ดัชนีหุ้นไทยในช่วงแรกเด้งขึ้นไปเหนือ 1,400 จุด แต่การปรับลดงบประมาณโครงการลงมาที่ 5 แสนล้านบาท ทำให้บอนด์ยีลด์ของไทยกลับมาปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมาแรงในช่วงท้ายตลาด

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีแถลงรายละเอียดแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต เป็น Positive Surprise วงเงินที่สูงกว่าคาดและมีโครงการใหม่ โดยให้สิทธิผู้มีรายได้ไม่ถึง 70,000 บาท และมีเงินฝากไม่ถึง 500,000 บาท รวมทั้งสิ้น 50 ล้านราย วงเงินประมาณ 500,000 ล้านบาท และใช้จ่ายในระดับอำเภอ เฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค คาดเริ่มโครงการ พ.ย.2567

รวมถึงมีมาตรการเพิ่มเติม E-Refund ให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้จากการซื้อสินค้าและบริการ วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งจากความชัดเจนที่เกิดขึ้นวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่มากกว่าคาด (โครงการดิจิทัล วอลเล็ต+ E-Refund) น่าจะเป็นบวกต่อกลุ่มการบริโภคในประเทศ ช่วยเพิ่มกำลังซื้อครอบคลุมทุกกลุ่มรายได้

อ่านข่าว เปิดที่มาเงิน ดิจิทัลวอลเล็ต 5 แสนล้าน แจก 50 ล้านคน นายกฯ มั่นใจไม่ผิดกม.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน