กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนปีนี้ เกษตรกรเฝ้าระวัง น้ำเค็มรุก 9 จังหวัด กระทบสวนกล้วยไม้ แนะติดตามข่าวสาร เพื่อประกอบการตัดสินใจ
วันที่ 7 ก.พ.2567 นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำแผนที่ติดตามสถานการณ์น้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร เพื่อเป็นข้อมูลภูมิสารสนเทศให้เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกพืชใน 4 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ลุ่มแม่น้ำท่าจีน และลุ่มแม่น้ำบางปะกง
ซึ่งปี 2567 คาดการณ์ว่าพื้นที่ลุ่มแม่น้ำ 9 จังหวัดอาจได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มรุก
ได้แก่ จังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ราชบุรี ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร
โดยเป็นพื้นที่เพาะปลูกไม้ดอก อาทิ
กล้วยไม้ 12,369 ไร่ เกษตรกร 2,139 ราย
พื้นที่เพาะปลูกพืชผัก 20,437 ไร่ เกษตรกร 7,108 ราย
พื้นที่เพาะปลูกข้าว 1,083,531 ไร่ เกษตรกร 140,610 ราย
พื้นที่เพาะปลูกไม้ผล 105,402 ไร่ เกษตรกร 40,855 ราย
เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวที่เพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง ควรติดตามข้อมูลข่าวสารทางราชการเป็นระยะเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เฝ้าระวังเตรียมการป้องกัน และลดผลกระทบจากภาวะโลกรวน (Climate Change) ที่ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวน อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและมีฤดูแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าความเค็มในแหล่งน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูกของเกษตรกรช่วงฤดูแล้งที่มักจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำและน้ำทะเลหนุนได้
กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายภาคส่วนในการจัดทำแผนที่ติดตามสถานการณ์น้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร ประกอบด้วย กรมชลประทานและกรมควบคุมมลพิษ และได้จัดจำแนกคุณภาพความเค็มของน้ำ 4 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1 สัญลักษณ์ สีเขียว คือ มีค่าความเค็มของน้ำในระดับ 0.00 – 0.75 กรัม/ลิตร คุณภาพน้ำปกติ
ระดับที่ 2 สัญลักษณ์ สีเหลือง คือ มีค่าความเค็มของน้ำในระดับ 0.76 – 0.99 กรัม/ลิตร ควรเฝ้าระวังพื้นที่ปลูกไม้ดอกและพืชผักในพื้นที่เสี่ยง

ระดับที่ 3 สัญลักษณ์ สีส้ม คือ มีค่าความเค็มของน้ำในระดับ 1.00 – 1.99 กรัม/ลิตร ควรเฝ้าระวังพื้นที่ปลูกไม้ดอก พืชผัก และข้าวในพื้นที่เสี่ยง
ระดับที่ 4 สัญลักษณ์ สีแดง คือ มีค่าความเค็มของน้ำในระดับมากกว่า 2 กรัม/ลิตรขึ้นไป ควรเฝ้าระวังพื้นที่ปลูกไม้ดอก พืชผัก ข้าว และไม้ผลในพื้นที่เสี่ยง

