นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรม PCB เข้ามาพูดคุยกับทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งทางมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ก็ได้เข้ามาช่วยสอศ. ในเรื่องการจัดการเรียนการสอน อัพสกิล รีสกิล โดยได้เชิญสมาคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรม PCB เข้ามาร่วมพูดคุยซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการในไทยและต่างประเทศ
“สิ่งสำคัญคือมีหลายบริษัทที่มาลงทุนในประเทศไทยต้องการกำลังคนเพื่อมาทำงานด้านนี้เป็นหลักหมื่นคน ทางสอศ. และมจพ. จะเป็นหน่วยงานหลักในการผลิตกำลังคนทั้งในระดับปริญญาตรีและต่ำกว่าปริญญาตรีและได้มีการวางแผนการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับในส่วนของสอศ. ได้มีการจัดการเรียนการสอน ในสาขาวิชาทางด้านอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว รวมถึงการผลักดันการจัดการเรียนการสอนระบบ ทวิภาคีเข้มข้น ซึ่งจะร่วมกับทางด้านผู้ประกอบการในการสร้างหลักสูตรให้เด็กได้ศึกษาองค์ความรู้และได้ฝึกการทำงานจริงจากผู้ประกอบการโดยตรงจะทำให้สามารถผลิตกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมได้”นายยศพล กล่าว
ทั้งนี้ สถานศึกษาในสังกัด สอศ. มีจำนวนทั้งหมด 433 แห่ง และมีสาขาวิชาด้านอิเล็กทรอนิกส์และสาขาที่เกี่ยวข้องกว่า 100 แห่ง ทำให้มีกำลังคนที่จะไปทำงานด้านอุตสาหกรรม PCB อยู่แล้ว เพียงแต่การผลิตกำลังคนของสอศ. นั้น อาจยังไม่เพียงพอต่อตลาดอุตสาหกรรมด้านนี้ที่ต้องการกำลังคนเป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกันยังมีผู้ประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมด้านนี้เกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดทำให้มีความต้องการมีมากขึ้น ซึ่งปัญหาที่ทำให้ผลิตกำลังคนออกไปไม่เพียงพอนั้นยังมาจากการที่สถานศึกษาที่มีจำกัด และการผลิตครูผู้สอนและสื่อการเรียนรู้ที่จะต้องตามทันองค์ความรู้ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
นายยศพล กล่าวต่อว่า ผู้ที่สนใจเรียนด้านนี้มีจำนวนมาก เพราะสามารถจบออกไปและหางานที่มีความมั่นคงได้ทันที โดย สอศ. มีวิธีการในการเร่งผลิตกำลังคนที่นอกจากจะให้ความรู้กับผู้ที่เข้ามาเรียนในสายอาชีวะแล้วยังมีการนำบุคลากรในอุตสาหกรรมมาเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือที่เรียกว่า อัพสกิล รีสกิล ให้มีทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมอีกด้วย
“การสอบแต่ละรอบเพื่อนำเด็กนักเรียนเข้าสู่การเรียนอาชีวะ สายวิชาที่มีความเกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ หรือไฟฟ้า จะได้รับความนิยมอยู่ในระดับต้นๆ ติด 5 อันดับแรกของสายวิชาที่มีคนต้องการเข้าไปเรียนมากที่สุด เป็นที่นิยมของเด็กที่เข้ามาเรียน เพราะเด็กจะรู้ว่าจบมามีงานทำ 100% ซึ่งหากสามารถแก้ไขข้อจำกัดในเรื่องสถานศึกษา และสื่อการเรียนการสอนได้จะทำให้มีกำลังคนทางด้านนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอศ. ได้เร่งดำเนินการตามแผนที่วางไว้เพื่อผลิตกำลังคนออกไปให้ได้มากที่สุด การพูดคุยระหว่างผู้ประกอบการ สอศ. และ มจพ. เกิดขึ้นในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนของผู้ประกอบการต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทย เพราะยังมีเรื่องการเมืองที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำให้ผู้ประกอบการยังไม่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนอย่างเต็มตัว แต่ถึงอย่างนั้นทางสอศ.มีแผนและนโยบายที่ดำเนินการผลิตกำลังคนให้กับผู้ประกอบการในไทยอยู่แล้ว”นายยศพล กล่าว
ทั้งนี้ แต่ละปีจะมีเด็กอาชีวะ จบการศึกษา ปีละประมาณ 290,000 คน แยกเป็น การศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประมาณ 190,000 คน และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประมาณ 100,000 คน ซึ่งตลาดแรงงานต้องการกำลังคนมากกว่านี้ประมาณ 3-4 เท่า ขอยืนยันว่าสอศ. จะเร่งผลิตกำลังคนให้มีคุณภาพตามความต้องการของตลาดอุตสาหกรรม ซึ่งมีความพยายามในการเพิ่มผู้เรียนมาโดยตลอดและแก้ปัญหาสถานศึกษาไม่เพียงพอ โดยให้เด็กได้ไปเรียนรู้การทำงานจริงกับสถานประกอบการ เรียนรู้จากการทำงานจริง ผู้ประกอบการเปรียบเสมือนครูผู้สอนทำให้แก้ปัญหาครูไม่เพียงพอได้เช่นกันถือเป็นวิธีในการขยายพื้นที่เรียนรู้และสามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งอีกทั้งยังทำให้เด็กสนุกกับการเรียน
สำหรับนักศึกษาอาชีวะจบออกไปสามารถทำงานได้เลยเพียงแต่คนที่จบ ปวช. บางส่วนอายุอาจยังไม่ถึง 18 ปี ทำให้ไม่สามารถทำงานหลังเรียนจบได้ และก็มีทางเลือกในการเข้าไปเรียนต่อปวส. และปริญญาตรีสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น สาขาไฟฟ้ากำลัง สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ในมหาวิทยาลัยได้เช่นกัน ซึ่งมีสถาบันอาชีวศึกษา ที่เปิดสอนปริญญาตรีรองรับ
ทั้งนี้ อุตสาหกรรม PCB ต้องการกำลังคนทางด้านวิศวกรรมปฏิบัติการจำนวนมาก และอัตราเงินเดือนของนักศึกษา ปวส. ที่ไปทำงานด้านนี้หากเป็นข้าราชการอัตราเงินเดือนจะอยู่ที่ 12,000-14,000 บาท ส่วนบริษัทเอกชนจะมีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ 20,000-30,000 บาทขึ้นไป ส่วนปวช. จะอยู่ที่ 9,000-10,000 บาท ในส่วนของข้าราชการ และบริษัทเอกชนจะอยู่ที่ 10,000-20,000 บาท