แบงก์ชาติ คาดเศรษฐกิจไทย Q3/67 โตใกล้เคียง 3% จับตาส่งออก-เลือกตั้งสหรัฐฯ

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนก.ย. 2567 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากดัชนีเครื่องชี้วัดหลายตัวปรับลดลง เป็นผลมาจากเร่งตัวไปก่อนหน้า ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3/67 เมื่อเทียบไตรมาสที่ 2/67 ยังขยายตัวดีขึ้น ซึ่งคาดว่าอัตราการขยายตัวในไตรมาสที่ 3/67 น่าจะเติบโตใกล้เคียงที่ระดับ 3%

“ความเสี่ยงในไตรมาสที่ 4/67 หลักๆ ที่เรายังต้องติดตามดู คือ การส่งออก การผลิตที่จะฟื้นตัวมีแรงส่งมากน้อยแค่ไหน และติดตามการเลือกตั้งของสหรัฐฯ จะมีผลต่อความขัดแย้งอย่างไร รวมถึงยังต้องติดตามมาตรการภาครัฐ ซึ่งจะเป็นทั้งปัจจัยบวกและลบในไตรมาสที่ 4/67 ส่วนผลของมาตรการแจกเงิน 10,000 บาท เริ่มในปลายเดือนก.ย. และมีการใช้จ่ายเดือนตุลาคม อาจจะต้องดูเครื่องชี้วัดเดือนต่อไป”

ทั้งนี้ หากดูการบริโภคเอกชนในเดือนก.ย.2567 ปรับลดลง 0.6% เทียบเดือนก่อนหน้าจากทุกหมวดสินค้า โดยสินค้าคงทนตามยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ปรับลดลง ส่วนหนึ่งมาจากความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ และการชะลอการตัดสินใจของผู้ซื้อเพื่อรอดูราคา ขณะทีการบริโภคเอกชนในไตรมาสที่ 3/67 ลดลง 0.4% สอดคล้องกับดัชนความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลงจากความกังวลเรื่องของน้ำท่วมและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง

ด้านการส่งออกเดือนก.ย.ปรับลดลง 3.3% หลังจากการเร่งตัวไปก่อนหน้านี้ โดยกลุ่มยานยนต์จากการส่งออกไปในตลาดอาเซียนและออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ส่วนเกษตรและเกษตรแปรรูปที่เร่งก่อนหน้าจากอุปทานของคู่ค้า ส่วนสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องประดับ อัญมณี ที่ปรับเพิ่มตามการจัดแสดงสินค้า หากดูการส่งออกในไตรมาสที่ 3/67 ปรับเพิ่มขึ้น 6.1% ซึ่งเป็นผลจากวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ปรับลดลง 1.4% จากยอดการผลิตรถยนต์ที่ปรับลดลง อาหารและเครื่องดื่ม อาหารสัตว์ และเคมีภัณฑ์ตามการผลิตยา ส่วนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ปิโตเลียม เป็นการเพิ่มขึ้นตามสินค้าคงคลัง ส่วนภาพรวมไตรมาสที่ 3/67 ของการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 0.5% ตามการผลิตยานยนต์และเครื่องปรับอากาศที่ปรับลดลง

ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ณ เดือนก.ย. 2567 ปรับลดลงจากเดือนก่อน 3.2% โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.8 ล้านคน จากเดือนก่อนอยู่ที่ 2.8 ล้านคน โดยเป็นการปรับลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เร่งไปก่อนหน้า และคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับปกติ และสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ตามวันหยุดยาวที่หมดลง ขณะที่นักท่องเที่ยวสัญญาติที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ มาเลเซีย เกาหลี และสปป.ลาว

ทั้งนี้ หากดูจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่ต้นปี-ปัจจุบันอยู่ที่ 28.4 ล้านคน รายรับจากนักท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้น 4.4% มาจากค่าใช้จ่ายต่อทริปที่ปรับเพิ่มขึ้น และหากดูภาพรวมนักท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3/67 ปรับลดลง 6% มาจากการลดลงของนักท่องเที่ยว สอดคล้องกับรายรับจากนักท่องเที่ยวปรับลดลง 2% ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับลดลง

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนทรงตัวอยู่ที่ 0.1% จากเดือนก่อนหน้า หลักๆ มาจากการนำเข้าสินค้าทุน เช่น เครื่องมือสื่อสาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ ด้านการลงทุนก่อสร้างปรับลดลงตามพื้นที่อยู่อาศัยที่ลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนไตรมาสที่ 3/67 ปรับเพิ่มขึ้น 3.3% มาจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นด้านการลงทุนปรับเพิ่มขึ้น

ด้านตลาดแรงงานการใช้จ่ายภาครัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 6.7% โดยรายจ่ายประจำลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 401% ตามการเบิกจ่ายค่าบำเหน็จบำนาญและข้าราชการ ส่วนรายจ่ายรัฐวิสาหกิจหดตัว 27.8% ตามการเบิกจ่ายภาคการขนส่ง ขณะที่ด้านตลาดแรงงานทรงตัว โดยผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในภาคการผลิตและบริการยังเพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานม.38 รายใหม่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นประเด็นทธปท.ยังต้องติดตามใกล้ชิด

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนก.ย. 2567 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.61% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 0.35% ซึ่งมาจาก 3 หมวดหลัก ได้แก่ พลังงานที่ติดลบน้อยลง และมาจากฐานฐานทีต่ำในปีก่อนจากมาตรการอุดหนุนของภาครัฐ อาหารสดปรับเพิ่มขึ้นจากราคาผักจากปัญหาน้ำท่วมและฐานที่ต่ำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.77% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ 0.62% ตามการส่งผ่านต้นทุนขงผู้ประกอบการ ขณะที่ภาพรวมไตรมาสที่ 3/67 อัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ 0.60% จาก 0.78% ตามราคาที่สูงไปก่อนหน้า

ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเดือนก.ย.2567 เฉลี่ยปรับแข็งค่าขึ้นตามนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีการผ่อนคลาย ก่อนจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าคาด ประกอบกับเงินบาทถูกแรงกดดันจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าเงินปรับแข็งค่าขึ้นนำภูมิภาค และหากดูดัชนเมื่อเทียบคู่ค้าคู่แข่ง (NEER) ใกล้เคียงกับกับเดือนก่อนหน้า และมีแนวโน้มอ่อนค่าบ้าง เนื่องจากมีความไม่แน่นอนของปีจจัยการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ย.อยู่ที่ 0.6 พันล้านดอลลาร์ ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ไตรมาสที่ 3/67 ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอยู่ที่ 2.0 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2/67 ที่อยู่ 0.8 พันล้านดอลลาร์ เป็นผลมาจากรายรับจากนักท่องเที่ยวปรับลดลง และการส่งรายได้กลับไปต่างประเทศ

“มองไปข้างหน้าทิศทางยังมีแรงขับเคลื่อน โดยมีแรงส่งมาจากภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ แต่การส่งออกยังคงกดดันอยู่ สิ่งที่ธปท.จะต้องติดตาม คือ ภาคการส่งออก และการผลิต มาตรการภาครัฐ และปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี หากดูผลของน้ำท่วมต่อเศรษฐกิจตัวเลขไม่เยอะ แม้ว่าจะมีความเสียหายค่อนข้างเยอะ แต่ก็มีการซ่อมสร้าง ซึ่งจะชดเชยกันได้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน