ขุนคลัง เล็งช่วย ลูกหนี้ “บ้าน-รถ” ล้านราย จ่ายไม่ไหว ค้างชำระไม่เกิน 1 ปี พักดอกเบี้ย 3 ปี ลดค่างวดให้ผ่อนแค่ครึ่งเดียว ขยายเวลาผ่อนให้ยาวขึ้น
วันที่ 1 พ.ย.2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้ตัวแทนกระทรวงการคลังหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ในการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้เสียสำหรับรายย่อยทั้ง สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเช่าซื้อรถ โดยมี 2 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการผ่อนชำระ และการผ่อนปรนเกณฑ์ให้เข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติม
โดยจะเลือกกลุ่มหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (Special Mention: SM) ซึ่งหมายถึงหนี้ที่มีการค้างชำระเกิน 30 วันแต่ยังไม่เกิน 90 วัน รวมทั้งส่วนที่เป็นหนี้เสีย (NPL) ที่ไม่เกิน 1 ปี จะมีจำนวน 1 ล้านกว่าราย ในส่วนลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระเกิน 1 ปีนั้น อาจจะต้องเอาไว้ก่อน เพราะมองแล้วว่าคงจะแก้ไขให้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ยากกว่า
ทั้งนี้ เพื่อที่จะให้ลูกหนี้กลุ่มนี้มีความสามารถชำระหนี้ต่อไปได้ จึงเสนอให้มีการพักชำระดอกเบี้ยยาว 3 ปี โดยแหล่งเงินที่เข้ามาช่วยทั้งภาครัฐและธนาคารจะต้องช่วยกัน ส่วนที่เหลือเป็นการผ่อนเงินต้นให้ปรับเป็นผ่อนได้ยาวขึ้นและผ่อนเพียงครึ่งเดียว โดยลูกหนี้กลุ่มนี้จะยังคงมีการายงานประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโร
“ยังเป็นเพียงข้อหารือในเบื้องต้น ซึ่งสถาบันการเงินส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย แต่ว่ามันยังไม่จบ โดยยืนยันว่าภาครัฐและสถาบันการเงินมีโซลูชั่นที่จะดำเนินการแล้ว ซึ่งแนวทางที่คุยกันคือ ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 3 ปี ที่เหลือก็จะผ่อนเงินต้น และให้ผ่อนแค่ครึ่งเดียว ขยายเวลาผ่อนให้ยาวขึ้น
ดังนั้นแปลว่านอกจากจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแล้ว ยังจ่ายเงินต้นแค่ครึ่งเดียว และยังไปลดเงินต้นด้วย ถ้าข้อสรุปสุดท้ายออกมาเป็นอย่างนี้ก็จะดี ลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระเกิน 1 ปีนั้น อาจจะต้องเอาไว้ก่อน เพราะมองแล้วว่าคงจะแก้ไขให้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ยากกว่า” นายพิชัย กล่าว
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวได้มีการหารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์แล้วและส่วนใหญ่เห็นด้วย โดยเย็นวันนี้จะมีการประชุมกันเพื่อหารือข้อสรุปที่ชัดเจน
นายพิชัย กล่าวต่อว่า สำหรับลูกหนี้ที่มีประวัติในเครดิตบูโร ให้เป็นหน้าที่ของธนาคารพิจารณาว่าจะมีการปล่อยสินเชื่อใหม่หรือไม่ โดยเตรียมหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องการผ่อนปรนเกณฑ์เพื่อเปิดทางให้เข้าถึงสินเชื่อ รวมทั้งเรื่องเกณฑ์ LTV