นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ภายในปี 2567 จะเชิญเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่เป็นเป้าหมายการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกัน อาทิ อังกฤษ เยอรมนี ยุโรปตะวันออก และตะวันออกกลาง เป็นต้น พร้อมด้วยตัวแทนสายการบิน ร่วมหารือเพื่อเพิ่มไฟลต์บินเพื่อต้อนรับปี 2568 ปี Amazing Thailand Grand tourism Year 2025 ที่จะยกระดับไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของต่างชาติ

เมื่อกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ปรับเพิ่มเป้าหมายการท่องเที่ยวต่างประเทศในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน จาก 39 ล้านคน และตั้งเป้ารายได้ใหม่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ต้องเพิ่มจำนวนและค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว จำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ และอาจต้องใช้งบประมาณ ในการทำงาน ดังนั้นบางมาตรการต้องได้รับความร่วมมือกับกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง อาทิ โครงการอุดหนุนราคาน้ำมันและภาษีสำหรับสายการบิน

“กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องร่วมหารือกับกระทรวงอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย โดยจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัด และอบจ. มาเข้าร่วม ออกแบบแพ็กเกจเที่ยวหรือการนำเสนอสินค้าในแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ เพราะรัฐบาลจะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่ชุมชน สู่เมืองรอง ดังนั้นท้องถิ่นจะรู้ดีที่สุดว่าในพื้นที่มีอะไรดี มีอะไรขายได้ เพื่อร่วมกระตุ้นเมืองน่าเที่ยวไปด้วยกัน”

นายสรวงศ์ กล่าวว่า ระหว่างการเดินทางร่วมงาน WTM 2024 ระหว่างวันที่ 5-7 พ.ย. ณ กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสจัดงานแสดงสินค้าด้านการท่องเที่ยวระดับโลกเช่นนี้ จึงมอบให้ ททท. เจรจากับเจ้าของ WTM เพื่อนำสิทธิ์การจัดงาน WTM Asia ให้จัดในประเทศไทย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี

นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ปี 2569 สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมประกาศให้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM ซึ่งเป็นเครื่องมือในการกำหนดราคาคาร์บอน ที่ปล่อยออกมาจากการผลิตสินค้าที่นำเข้า โดยมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมาตรการนี้กระทบแน่ต่อการท่องเที่ยว ขาออกจากสหภาพยุโรปมายังประเทศไทย

ขณะนี้ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กที่อยู่นอกระบบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน CBAM ผู้ประกอบการเหล่านั้นจะต้องเผชิญกับภาษีที่สูงขึ้น ทำให้ประเทศสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพในการร่างมาตรการใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น และนำเสนอต่อรัฐสภา ต่อไป

โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างที่เสนอ โดยจะมีทั้งสมาชิกรัฐสภาและผู้แทนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวเอกชนที่ทราบปัญหาอย่างลึกซึ้ง และคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งปี หรือสองสมัยการประชุม

“CBAM ส่งผลให้ในอนาคตนักท่องเที่ยวอาจลังเลที่จะเข้าพักในที่พักที่ไม่ได้ลงทะเบียน หรือไม่มีมาตรฐาน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้อาจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงการขายบนแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ด้วย นำมาซึ่งการสูญเสียรายได้แน่นอน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน