พาณิชย์จับมือ 16 หน่วยงาน ผุดมาตรการถอดสินค้าห่วยออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์ทันที – มั่นใจอีก 2-3 ปี จีดีพีไทยโตถึง 5%
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานเปิดงานพิธีประกาศเจตจำนงความร่วมมือในการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานบนแพลตฟอร์ม e-Commerce ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์ม จำนวน 16 หน่วยงาน ซึ่งจัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือในการกำกับดูแลสินค้าที่วางขายบนแพลตฟอร์ม e-Commerce รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญและความจำเป็นของการไม่ซื้อขายสินค้าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งเสริมการทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม e-Commerce ให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และคุ้มครอง SMEs ของไทย
“หลังจากที่ประกาศเจตนารมร่วมกันครั้งนี้ ต่อนี้ไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการซื้อขายสินค้าด้อยคุณภาพผ่านออนไลน์ โดยหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือประชาชนมีการร้องเรียนพบเห็นการซื้อขายสินค้าด้อยคุณภาพก็สามารถแจ้งไปยังแพลตฟอร์ออนไลน์ ให้ถอดสินค้าดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มได้ทันที จากเดิมที่มีสามารถถอดสินค้าออกได้เฉพาะกรณีเป็นสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเท่านั้น”

นายพิชัย กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆร่วมมือกับออกมาตรการดูแลและสกัดการซื้อขายสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerceอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจากทั่วโลกผ่าน e-Commerce ในช่วงก.ค. – ธ.ค. 2567 ที่ปรับลดลง เหลือ 8% เฉลี่ยเดือนละ 3,645 ล้านบาท จากเดิมก่อนมีมาตรการ ช่วง ม.ค. – มิ.ย. เฉลี่ยเดือนละ 3,957 ล้านบาท โดยปัจจุบันไทยมีการนำเข้าสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ปีละประมาณ 45,611 ล้านบาท คิดเป็น 4% ของการนำเข้ารวมทั้งหมด”
นอกจากนี้ ในช่วง ต.ค.-ธ.ค. 2567 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้า อาทิ อย. สมอ. สคบ. ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและฝ่าฝืนกฎหมายแล้ว จำนวน 16,651 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 984.69 ล้านบาท
สำหรับ 16 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการค้าต่างประเทศ BIGXSHOW / eBay / Lazada / LINE SHOPPING / Nex Gen Commerce / NocNoc / Shopee /TEMU / TikTok Shop
นายพิชัย กล่าวว่า วันจันทร์นี้ (3 ก.พ.) ตนจะเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกา เพื่อหารือกรณีสหรัฐเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศที่สหรัฐอเมริกาขาดดุลการค้าซึ่งรวมถึงไทยด้วย เบื้องต้นได้หารือร่วมกับหอการค้าไทยเพื่อรวบรวมข้อมูลนำไปชี้แจงเชื่อว่าโอกาสที่ไทยจะได้รับการยกเว้นเรื่องภาษีมีสูง หรือหากโดนขึ้นภาษีก็จะมีอัตราที่ไม่มาก เนื่องจากไทยและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแบบลึกซึ้ง โดยสถาทูตสหรัฐอเมริการในไทยได้ช่วยประมาณงานและนัดหมายให้ตนเข้าไปหารือร่วมกับผู้ใหญ่ของทางสหรัฐอเมริกาแล้ว
“หวังว่าการเจรจาจะทำให้ไทยรอดพ้นจากการขึ้นภาษี ทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่เศรษฐกิจก็ดีอยู่แล้ว การส่งออกปี 2567 โตสูงถึง 5.4% ยอดขอส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.13 ล้านล้านบาท ทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนที่ไหลเข้ามาจะเป็น Snowball Effect ที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้จดีดีพีไทยจะโตเกิน 3% และภายใน 2-3 ปีจากนี้ จีดีพีไทยจะโตได้ถึง 5% แน่นอน ซึ่งปัญหาในระบบเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเป็นเรื่องของหนี้เก่าที่เกิดจากเศรษฐกิจตกต่ำมานาน และเรื่องค่าเงินที่เริ่มแข็งค่า ต้องช่วยกันให้ประเทศเราหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง ยกระดับรายได้ของคนส่วนใหญ่”