เกษตรกร คัดค้านนำเข้า หมูสหรัฐ วอนรัฐบาลหาทางออก พร้อมนำม็อบ 5,000 คนพบรมว.สาธารณสุขสัปดาห์หน้า หากแก้กม.เปิดทางคนไทยกินสารแร่งเนื้อแดง

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 7 ส.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เข้าพบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องการนำเข้า หมูสหรัฐ ตามเงื่อนไขภาษีตอบโต้ ( Reciprocal Tariffs ) หลังนายพิชัย ชุณหวชิร รมว.คลังและรองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าเจรจาภาษี นำเงื่อนไขการนำเข้าหมูสหรัฐ ที่ในอดีตไทยไม่ให้มีการนำเข้าหมูจากประเทศที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลัง รับหนังสือ จากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ว่า เบื้องต้นได้นัดทางสมาคมฯหารือถึงความห่วงใย กรณีผลกระทบภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงเกษตรฯยึดประโยชน์ของเกษตรกรไทยเป็นที่ตั้ง กระทรวงเกษตรฯยืนยันว่าทุกอย่างในการเจรจาจะต้องไม่กระทบเกษตรกรโดยรวมภายในประเทศอย่างเด็ดขาด และถ้าหากจะเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบจะต้องกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ยืนยันไทยยังคงเน้นหนักในเรื่องของมาตรฐานในการผลิตเช่นเดิม สมาคมฯ มีข้อเสนอหลังในการเจรจาที่ส่วนหนึ่งมีท่าที่ว่าจะเปิดตลาดสินค้าสุกรให้สหรัฐอมริกา ในปริมาณ 1% ของการบริโภคในประเทศ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และผู้สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย มีข้อกังวลในหลายประเด็น คิดว่าน่าจะร่วมหารือเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาและเป็นทางออกต่อไป

สำหรับ 2 สมาคมฯ คัดค้านการเปิดตลาดสินค้าสุกรจากสหรัฐฯ ที่มีสารเร่งเนื้อแดง นอกจากนี้ 2 สมาคมยังขอรัฐฐาลโดยกระทรวงเกษตรฯ ช่วยหาทางรอดให้เกษตรกร ส่วนตัว ยืนยัน พร้อมปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกร ให้ดีที่สุดตามหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ยอมรับมึน และ ตัวแทนเจรจาไม่ให้ข้อมูลชัดเจน

นายสุรชัย เปี่ยมคล้า เลขานุการสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมได้เข้ามาขอคำชี้แจงจากนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ถึงผลกระทบภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ที่ไทยถูกจัดเก็บ 19% ซึ่งกระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงเนื้อและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทันทีราว 450,000-500,000 ล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าโคและเนื้อโค 300,000 ล้านบาท จากจำนวนวัวทั้งหมด 10 ล้านตัว และที่เหนือประมาณ 200,000 ล้านบาท เป็นธุรกิจต่อเนื่อง เช่น อาหารสัตว์ ถั่วเหลือง

“ หลังจากภาษีตอบโต้สหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ จะทำให้ภาษีนำเข้าเนื้อจากสหรัฐฯ ในอัตรา 0% จะส่งผลกระทบต่อราคาเนื้อในประเทศและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อเป็นอย่างยิ่ง เพราะปัจจุบันเราประสบกับปัญหาเนื้อราคาตกต่ำต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว ยังไม่มีทิศทางที่ดีขึ้น แม้รัฐบาลพยายามส่งเสริมการส่งออก ”

นายสุรชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกันเกษตรกรยังมีความกังวลเรื่องของการแก้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. 2546 กำหนดมาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง โดยห้ามมีการปนเปื้อนในอาหารทุกชนิด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเตรียมปลดล็อกประกาศนี้ ถือเว่ารัฐบาลทำลายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและครัวประมาณ 2 ล้านคน

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สมาคมฯเตรียมนำสมาชิกประมาณ 5,000 คนเดินทางไปกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และกระทรวงพาณิชย์ในสัปดาห์หน้า เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องของการแก้กกหมายเพื่อนำเข้า หลังเข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อคัดค้านการเปิดตลาดสุกรจากสหรัฐ กระทบต่อความมั่นคงด้านอาหาร และสุขภาพของคนไทย

ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหา เกี่ยวกับมาตรฐาน CODEX โดยการยื่นคำสงวนย้อนหลังเพื่อคงกฎหมายในประเทศ และขอให้เพิ่มปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ กลุ่มข้าวโพด ข้าวสาลี กากถั่วเหลืองส่วนที่ขาดการซื้อในประเทศแล้ว ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนการเลี้ยงให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ส่งผลดีต่อผู้บริโภค

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน