เฮ! ร้านอาหาร นิติบุคคล เข้าร่วมได้แล้ว โครงการคนละครึ่ง รวมถึงตอบรับโดยออกนโยบายซอฟโลนให้กับ ธุรกิจ SMEs ลุ้นมาตรการอื่นๆช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ 3 ต.ค.2568 นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจ ร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการดีใจและขอขอบคุณรัฐบาล ที่เข้าใจและมองเห็นความสำคัญในข้อเสนอที่ทางชมรมได้นำเข้าไปพูดคุยกับนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมาซึ่งข้อเสนอทั้งเจ็ดข้อได้รับการตอบสนอง

โดยการแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง โดยสองข้อที่สำคัญที่ทางชมรมได้ร้องขอก็คืออนุญาตให้ร้านอาหารที่เป็นนิติบุคคลสามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้และมาตรการเงินกู้ซอฟโลนดอกเบี้ยต่ำโดยให้ทาง บสย. เป็นผู้ค้ำประกันเพื่อให้ธุรกิจ SMEs ได้ต่อลมหายใจ

ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารได้อธิบายถึงเหตุผล ว่าทำไมธุรกิจร้านอาหารที่เป็นนิติบุคคลรวมทั้งภาคธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็กมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาสองปีในภาคธุรกิจร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่สตรีทฟู๊ดไปถึงร้านอาหารที่เป็นนิติบุคคลทั้งหลายได้รับความบอบช้ำ ไม่ต่างกันแต่ว่าร้านอาหารที่เป็นนิติบุคคลจะมีห่วงโซ่ซัพพลายที่ใหญ่

และสำคัญมากกว่าเพราะหมายถึงจะมีภาคของแรงงานเข้ามาเกี่ยวข้อง หากปล่อยให้ธุรกิจร้านอาหารที่เป็นนิติบุคคลรวมทั้งธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็กไม่สามารถไปต่อได้และล้มหายตายจากไปมากกว่านี้จะมีผลกับภาคแรงงานซึ่งจะทำให้คนตกงานเพิ่มจำนวนมากและจะมีปัญหาทางด้านภาคสังคมตามมาอีก

ดังนั้นทางชมรมจึงใคร่ขอความกรุณาทางรัฐบาลเร่งออกซอฟท์โลนให้ทันภายในสิ้นปีนี้ เพื่อธุรกิจร้านอาหารที่เป็นนิติบุคคลและภาคธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็กอื่นๆจะได้สามารถมีกระแสเงินสดสำรองไว้ในปีหน้าเพื่อประคองธุรกิจและการจ้างงานให้ยังคงอยู่ในระบบต่อไปได้

ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารขอขอบคุณมา ณ ที่นี่อีกครั้งและหวังว่าข้อเสนอมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลือ ที่ทางชมรมได้นำเข้าไปพูดคุยที่พรรคภูมิใจไทยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วจะได้รับการพิจารณาในเร็ววันนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน