นีโอ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ “D-nee” (ดีนี่) ในตลาดเวียดนาม ครองอันดับ 1 และติดท็อป 5 ของตลาดสบู่เหลวสำหรับเด็ก สบโอกาสปีหน้าปีมงคลตั้งเป้าติดท็อป 3

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นางปัทมา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการพาณิชย์ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากเจาะตลาดของใช้สำหรับเด็กของเวียดนามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าสบู่เหลวเด็กที่เติบโตสูงกว่า 369% ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนตั้งเป้าหมายเติบโตเป็นท็อป 3 ภายในปี 2569 อีกทั้งยังมีเป้าหมายที่ท้าทายในการผลักดันให้ยอดขายดีนี่ในเวียดนามเติบโตขึ้น 3 เท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า

“เวียดนาม คือ ตลาด Rising Star ของอาเซียนที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด ด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารโลกคาดการณ์จีดีพีปีนี้เติบโตไว้ที่ +6.8% เรามองเห็นโอกาสจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคตามรายได้เฉลี่ยที่สูงขึ้น

ประกอบกับโครงสร้างประชากรส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเปิดรับนวัตกรรมและมีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองมากขึ้น รวมถึงปัจจัยสำคัญอีกประการคือความนิยมและความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทย ทำให้แบรนด์ของเราเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคชาวเวียดนามได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นจากแบรนด์ทั่วโลก

นอกจากนี้ เวียดนามยังมีอัตราการเกิดของประชากรในระดับที่ดี โดยเฉพาะกำลังการซื้อในปี 2569 เป็นปีนักษัตรมะเมีย (ปีม้า) ซึ่งชาวเวียดนามเชื่อว่าเป็นปีมงคลสำหรับการมีบุตร นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนถึงศักยภาพการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด สำหรับบริษัทในตลาดเวียดนาม

ทั้งนี้บริษัทได้วางกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเจาะตลาดนี้ คือ ขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างรับรู้แบรนด์ให้แข็งแกร่งในวงกว้าง และปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในเวียดนาม ซึ่งกลยุทธ์นี้ได้พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

นางศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กล่าวว่า บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปตลาดเวียดนามตั้งแต่ปี 2551 มุ่งขยายฐานผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง โดยนำเสนอสินค้าคุณภาพสูง ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาให้สอดรับไลฟ์สไตล์คนเมืองและคนรุ่นใหม่ ทำให้ได้รับการยอมรับ ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กดีนี่ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สบู่เหลวเด็กดีนี่

สำหรับปีนี้บริษัทได้สร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง โดยใช้กลยุทธ์ทางการสื่อสารให้ตรงใจกลุ่มผู้บริโภคชาวเวียดนาม และการขยายช่องทางจำหน่ายเชิงรุก เร่งขยายเข้าสู่โมเดิรน์เทรดชั้นนำ และรุกตลาดอีคอมเมิรช์ ตลอดจนปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจ พัฒนาและปรับขนาดผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการ

คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของแบรนด์ดีนี่ในเวียดนามตลอดทั้งปีนี้ได้ถึง 34% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ผลักดันให้ครองตำแหน่งแบรนด์นำเข้าอันดับ 1 และติดท็อป 5 ของตลาดสบู่เหลวสำหรับเด็กในภาพรวม ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 8.6%

และในปี 2569 บริษัทจะยกระดับการสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากแบรนด์ ผ่านกิจกรรมกว่า 100 จุด ใน 2 เมืองหลัก และเดินหน้าบุกตลาดอีคอมเมิรช์ ทั้งบน Shopee และ TikTok อย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นท็อป 3 ในตลาดให้ได้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน